ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการดูแลสุขภาพช่องปากต่อองค์ความรู้ของพยาบาล และภาวะสุขภาพช่องปาก ของผู้ป่วยที่นอนรักษาในโรงพยาบาล
คำสำคัญ:
การดูแลสุขภาพในช่องปาก, การดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยที่ใส่ท่อทางเดินหายใจ, การปฏิบัติการพยาบาลดูแลสุขภาพช่องปากทางคลินิก, หลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาล, การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
บทนำ: การดูแลความสะอาดในช่องปากผู้ป่วยเป็นบทบาทอิสระของพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพช่องปากที่สะอาด ลดเชื้อจุลินทรีย์และมีความสุขสบาย การศึกษาเชิงประจักษ์ต่างแสดงให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยสามารถลดอัตราการเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทักษะ ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในแนวปฏิบัติการพยาบาลดูแลสุขภาพช่องปากและประสิทธิผลต่อการดูแลสุขภาพช่องปาก
วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษาวิจัยกึ่งทดลองนี้ มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการศึกษาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปาก แก่อาสาสมัครพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจำนวน 837 คน โดยใช้แบบประเมินความรู้ ทักษะ และความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ขั้นตอนที่ 2 เป็นการศึกษาประสิทธิผลการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ทำการประเมินสุขภาพช่องปากก่อน-หลัง จำนวน 70 คน โดยใช้แบบประเมินสุขภาพช่องปาก และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที
ผลการศึกษา: พบว่า พยาบาลปฏิบัติการมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ และทักษะด้านการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ป่วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งยังมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอยู่ในระดับสูง สำหรับผลการประเมินภาวะสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปาก มีภาวะสุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุป: แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปากและสื่อการเรียนรู้แบบเชิงรุกนั้น มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความรู้ความสามารถของพยาบาลได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมให้สุขภาพช่องปากของผู้ป่วยที่ดีขึ้น องค์กรพยาบาลสามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Paster, BJ, Boches SK, Galvin JL, Ericson RE, Lau CN, Levanos VA, Sahasrabudhe A, Dewhirst FE. Bacterial diversity in human subgingival plaque. J Bacteriol 2001; 183: 3770 -3783.
จินตกร คูวัฒนสุชาติ. จุลชีววิทยาช่องปากและที่มาของโรคฟันผุ โรคปริทันต์และโรคในช่องปาก. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
Scannapieco, FA, Stewart, EM & Mylotte, JM. Colonization of dental plaque by respiratory pathogens in medical intensive care patients. Crit. Care Med 1992; 20: 740-45.
Scannapieco FA. Pneumonia in nonambulatory patients; the role of oral bacteria and oral hygiene. J Am Dent Assoc 2006;137 Suppl: 21S-5.
สุปาณี เสนาดิสัย, วรรณภา ประไพพานิช. การพยาบาลพื้นฐาน: แนวคิดและการปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 10. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี. กรุงเทพมหานคร; 2547.
Hanneman SK, Gusick GM. Frequency of oral care and positioning of patients in critical care: a replication study. Am J Crit Care 2005; 14(5): 378-86.
Jones H, Newton JT, Bower EJ. A survey of the oral care practices of intensive care nurses. Intensive Crit Care Nurs 2004; 20(2): 69-76.
Mori H, Hirasawa H, Oda S, Shiga H, Matsuda K, Nakamura M. Oral care reduces incidence of ventilator-associated pneumonia in ICU populations. Intensive Care Med 2006; 32(2): 230-6.
Stiefel KA, Damron S, Sowers NJ, Velez L. Improving oral hygiene for the seriously ill patient: implementing research-based practice. Medsurg Nurs 2000; 9(1): 40-3.
Ross A, Crumpler J. The impact of an evidence - based practice education program on the role of oral care in the prevention of ventilator - associated pneumonia. Intensive Crit Care Nurs 2007; 23(3): 132-6.
Soh KL, Ghazali SS, Soh KG, Raman RA, Abdullah SSS, Ong SL. Oral care practice for the ventilated patients in intensive care units: a pilot survey. J Infect Dev Ctries 2012; Apr 13; 6(4): 333-9.
วินิตย์ หลงละเลิง, นรลักขณ์ เอื้อกิจ. ผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลช่องปาก สำหรับผู้ป่วยที่ใส่ท่อทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2559; มกราคม- มิถุนายน; 27(1): 98-113.
Soukup, SM. The center for advanced nursing practice evidence-based practice model: promoting the scholarship of practice. Nurs Clin North Am 2000; 35(2): 301-9.
นิศาชล โชคะสุต, ธีระเดช ธรรมจำรัส, มัทนา เกษตระทัต, ณัฏฐิรา สุขสุเดช, วินิตย์ หลงละเลิง. ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยในแผนกวิกฤต โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2561.
Bonwell CC, James AE. (1991). Active Learning; Creating Excitement in the Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. Washington, D.C: The George Washington University, School of Education and Human Development; 1991.
Eilers J, Berger AM, Petersen MC. Development, testing, and application of the oral assessment guide. Oncol Nurs Forum 1988; 15(3): 325-30.
Krebs EE, Carey, TS, Weinberger, M. Accuracy of the pain numeric rating scale as a screening test in primary care. JGIM 2007.; 22: 1453-58.
Mori H, Hirasawa H, Oda S, Shiga H, Matsuda K, Nakamura M. Oral care reduces incidence of ventilator- associated pneumonia in ICU populations. Intensive Care Med 2006; 32(2): 230-6.
เทื้อน ทองแก้ว. เอกสารประกอบการอบรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันราชภัฏจันทร- เกษม; 2546.
Booker S, Murff S, Kitko L, Jablonski R. Mouth care to reduce ventilator-associated pneumonia. Am J Nurs 2013; 113(10): 24-30.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.