ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการดูแลสุขภาพช่องปากต่อองค์ความรู้ของพยาบาล และภาวะสุขภาพช่องปาก ของผู้ป่วยที่นอนรักษาในโรงพยาบาล

ผู้แต่ง

  • Winit Longlalerng Winit Thammasat University Hospital http://orcid.org/0000-0002-2315-2862
  • เรณู ชมพิกุล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • เมธาร์ ศิริวัฒนสาธร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การดูแลสุขภาพในช่องปาก, การดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยที่ใส่ท่อทางเดินหายใจ, การปฏิบัติการพยาบาลดูแลสุขภาพช่องปากทางคลินิก, หลักฐานเชิงประจักษ์ทางการพยาบาล, การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม

บทคัดย่อ

บทนำ: การดูแลความสะอาดในช่องปากผู้ป่วยเป็นบทบาทอิสระของพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพช่องปากที่สะอาด ลดเชื้อจุลินทรีย์และมีความสุขสบาย การศึกษาเชิงประจักษ์ต่างแสดงให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยสามารถลดอัตราการเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทักษะ ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในแนวปฏิบัติการพยาบาลดูแลสุขภาพช่องปากและประสิทธิผลต่อการดูแลสุขภาพช่องปาก

วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษาวิจัยกึ่งทดลองนี้ มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการศึกษาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปาก แก่อาสาสมัครพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจำนวน 837 คน โดยใช้แบบประเมินความรู้ ทักษะ และความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ขั้นตอนที่ 2 เป็นการศึกษาประสิทธิผลการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ทำการประเมินสุขภาพช่องปากก่อน-หลัง จำนวน 70 คน   โดยใช้แบบประเมินสุขภาพช่องปาก และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที 

ผลการศึกษา: พบว่า พยาบาลปฏิบัติการมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ และทักษะด้านการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ป่วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งยังมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอยู่ในระดับสูง สำหรับผลการประเมินภาวะสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปาก มีภาวะสุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

สรุป: แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลสุขภาพช่องปากและสื่อการเรียนรู้แบบเชิงรุกนั้น มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความรู้ความสามารถของพยาบาลได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมให้สุขภาพช่องปากของผู้ป่วยที่ดีขึ้น องค์กรพยาบาลสามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืนต่อไป

ประวัติผู้แต่ง

Winit Longlalerng, Winit Thammasat University Hospital

95 Mo 8 Nursing Department Thammasat University Hospital Thambon Klongnong Amper Klonglueng Jangwat Pathumtanee 12120

เอกสารอ้างอิง

Paster, BJ, Boches SK, Galvin JL, Ericson RE, Lau CN, Levanos VA, Sahasrabudhe A, Dewhirst FE. Bacterial diversity in human subgingival plaque. J Bacteriol 2001; 183: 3770 -3783.

จินตกร คูวัฒนสุชาติ. จุลชีววิทยาช่องปากและที่มาของโรคฟันผุ โรคปริทันต์และโรคในช่องปาก. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.

Scannapieco, FA, Stewart, EM & Mylotte, JM. Colonization of dental plaque by respiratory pathogens in medical intensive care patients. Crit. Care Med 1992; 20: 740-45.

Scannapieco FA. Pneumonia in nonambulatory patients; the role of oral bacteria and oral hygiene. J Am Dent Assoc 2006;137 Suppl: 21S-5.

สุปาณี เสนาดิสัย, วรรณภา ประไพพานิช. การพยาบาลพื้นฐาน: แนวคิดและการปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 10. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี. กรุงเทพมหานคร; 2547.

Hanneman SK, Gusick GM. Frequency of oral care and positioning of patients in critical care: a replication study. Am J Crit Care 2005; 14(5): 378-86.

Jones H, Newton JT, Bower EJ. A survey of the oral care practices of intensive care nurses. Intensive Crit Care Nurs 2004; 20(2): 69-76.

Mori H, Hirasawa H, Oda S, Shiga H, Matsuda K, Nakamura M. Oral care reduces incidence of ventilator-associated pneumonia in ICU populations. Intensive Care Med 2006; 32(2): 230-6.

Stiefel KA, Damron S, Sowers NJ, Velez L. Improving oral hygiene for the seriously ill patient: implementing research-based practice. Medsurg Nurs 2000; 9(1): 40-3.

Ross A, Crumpler J. The impact of an evidence - based practice education program on the role of oral care in the prevention of ventilator - associated pneumonia. Intensive Crit Care Nurs 2007; 23(3): 132-6.

Soh KL, Ghazali SS, Soh KG, Raman RA, Abdullah SSS, Ong SL. Oral care practice for the ventilated patients in intensive care units: a pilot survey. J Infect Dev Ctries 2012; Apr 13; 6(4): 333-9.

วินิตย์ หลงละเลิง, นรลักขณ์ เอื้อกิจ. ผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลช่องปาก สำหรับผู้ป่วยที่ใส่ท่อทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2559; มกราคม- มิถุนายน; 27(1): 98-113.

Soukup, SM. The center for advanced nursing practice evidence-based practice model: promoting the scholarship of practice. Nurs Clin North Am 2000; 35(2): 301-9.

นิศาชล โชคะสุต, ธีระเดช ธรรมจำรัส, มัทนา เกษตระทัต, ณัฏฐิรา สุขสุเดช, วินิตย์ หลงละเลิง. ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยในแผนกวิกฤต โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2561.

Bonwell CC, James AE. (1991). Active Learning; Creating Excitement in the Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. Washington, D.C: The George Washington University, School of Education and Human Development; 1991.

Eilers J, Berger AM, Petersen MC. Development, testing, and application of the oral assessment guide. Oncol Nurs Forum 1988; 15(3): 325-30.

Krebs EE, Carey, TS, Weinberger, M. Accuracy of the pain numeric rating scale as a screening test in primary care. JGIM 2007.; 22: 1453-58.

Mori H, Hirasawa H, Oda S, Shiga H, Matsuda K, Nakamura M. Oral care reduces incidence of ventilator- associated pneumonia in ICU populations. Intensive Care Med 2006; 32(2): 230-6.

เทื้อน ทองแก้ว. เอกสารประกอบการอบรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันราชภัฏจันทร- เกษม; 2546.

Booker S, Murff S, Kitko L, Jablonski R. Mouth care to reduce ventilator-associated pneumonia. Am J Nurs 2013; 113(10): 24-30.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-04-18

รูปแบบการอ้างอิง

1.
Longlalerng W, ชมพิกุล เ, ศิริวัฒนสาธร เ. ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการดูแลสุขภาพช่องปากต่อองค์ความรู้ของพยาบาล และภาวะสุขภาพช่องปาก ของผู้ป่วยที่นอนรักษาในโรงพยาบาล. TUHJ [อินเทอร์เน็ต]. 18 เมษายน 2022 [อ้างถึง 21 มีนาคม 2026];7(1):1-17. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/253556

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย