ผลของนวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปากต่อสุขภาพช่องปาก การสำลัก และอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการสำลักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก

ผู้แต่ง

  • Urai Kammarg -
  • จิณพิชญ์ชา มะมม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สุกัญญา ทองบุผา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, การทำความสะอาดช่องปาก, สุขภาพช่องปาก, การสำลัก, ปอดอักเสบ

บทคัดย่อ

บทนำ: การกลืนลำบากเป็นปัญหาที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จากการทบทวนงานวิจัย พบว่า การดูแลความสะอาดช่องปากสามารถช่วยลดการเกิดปอดอักเสบจากการสูดลำลักได้เป็นอย่างดี จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปากร่วมกับการพัฒนาแนวปฏิบัติการทำความสะอาดและดูแลช่องปาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดช่องปาก ลดการสำลักและลดอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการ สูดสำลักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

วัตถุประสงค์: ศึกษาผลของนวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปากต่อสุขภาพช่องปาก การสำลัก และอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการสำลักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก

วิธีดำเนินการวิจัย: การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยมีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง           กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบากที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 190 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 95 คน โดยเก็บข้อมูลในกลุ่มควบคุมจนครบ 95 คนแล้ว จึงดำเนินการกับกลุ่มทดลองจนครบ 95 คน           กลุ่มควบคุมจะได้รับการดูแลช่องปากตามแนวปฏิบัติการทำความสะอาดและดูแลช่องปาก ส่วนกลุ่มทดลองจะได้รับการดูแลช่องปากตามแนวปฏิบัติการทำความสะอาดและดูแลช่องปากร่วมกับการใช้นวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปาก เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย แบบคัดกรองอาการกลืนลำบาก แบบประเมินสภาพช่องปาก แบบประเมินการสำลักและอุบัติการณ์เกิดปอดอักเสบจากการสูดสำลัก เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ นวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปาก แนวปฏิบัติการทำความสะอาดและดูแลช่องปาก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย และสถิติการทดสอบแบบที (Independent sample t-test)

ผลการศึกษา: กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความสะอาดช่องปากสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนการสำลักและอุบัติการณ์เกิดปอดอักเสบจากการสูดสำลักน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001)

สรุป:   การดูแลช่องปากตามแนวปฏิบัติการทำความสะอาดและดูแลช่องปากร่วมกับการใช้นวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปาก สามารถเพิ่มความสะอาดในช่องปาก ลดการสำลักและลดอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการสำลักได้

เอกสารอ้างอิง

Feigin VL, Stark BA, Johnson CO, Roth GA, Bisignano C, Abady GG, et al. Global, regional, and national burden of stroke and its risk factors, 1990–2019: A systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2019. Lancet Neurol. 2021;20(10):795-820.

Yuan Mz, Li F, Fang Q, Wang W, Peng Jj, Qin Dy, et al. Research on the cause of death for severe stroke patients. JCN. 2018;27(1-2):450-60.

Thammasat University Hospital. Statistics of stroke patients admitted to Thammasat Hospital. In: Unit S, editor. Thammasat University Hospital: Thammasat University Hospital; 2020.

Prendergast V, Hinkle JL. Oral care assessment tools and interventions after stroke. Stroke. 2018;49(4):e153-e6.

Rofes L, Muriana D, Palomeras E, Vilardell N, Palomera E, Alvarez‐Berdugo D, et al. Prevalence, risk factors and complications of oropharyngeal dysphagia in stroke patients: a cohort study. Neurogastroenterol Motil. 2018;30(8):e13338.

กนกพรรณ งามมุข, ศศิมา กุสุมา ณ อยุธยา, วันเพ็ญภิญโญภาสกุล. การดูแลความสะอาดช่องปากในผู้ป่วยวิกฤตเพื่อป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ: การพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ. วชิรสารการพยาบาล. 2559;18(2):1-11.

ตระการตา แซ่ฉั่ว, มลฤดี คงวัฒนานนท์ ,ใจรพร บัวทอง, สุพรพรรณ์ กิจบรรยงเลิศ, วงจันทร์ เพชรพิเชฐเชียร. ประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลองปากต่อสุขภาพองปากและการเกิดปอดอักเสบจากการเครื่องวยหายใจในผู้ป่วยวิกฤติ: การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม. วารสารสภาการพยาบาล. 2561;33(4):46-63.

Mandell LA, Niederman MS. Aspiration pneumonia. NEJM. 2019;380(7):651-63.

Matsumoto-Nakano M. Role of Streptococcus mutans surface proteins for biofilm formation. Jpn Dent Sci Rev. 2018;54(1):22-9.

Mitchell BG, Russo PL, Cheng AC, Stewardson AJ, Rosebrock H, Curtis SJ, et al. Strategies to reduce non-ventilator-associated hospital-acquired pneumonia: A systematic review. Infect Dis Health. 2019;24(4):229-39.

Lyons M, Smith C, Boaden E, Brady MC, Brocklehurst P, Dickinson H, et al. Oral care after stroke: Where are we now?. Eur Stroke J. 2018;3(4):347-54.

Lam OL, McGrath C, Li LS, Samaranayake LP. Effectiveness of oral hygiene interventions against oral and oropharyngeal reservoirs of aerobic and facultatively anaerobic gram-negative bacilli. Am J Infect Control. 2012;40(2):175-82.

Li S, Chen Y-T, Francisco GE, Zhou P, Rymer WZ. A unifying pathophysiological account for post-stroke spasticity and disordered motor control. Front Neurol. 2019;10:468.

Murray J, Scholten I. An oral hygiene protocol improves oral health for patients in inpatient stroke rehabilitation. Gerodontology. 2018;35(1):18-24.

Bangee M, Martinez-Garduno CM, Brady MC, Cadilhac DA, Dale S, Hurley MA, et al. Oral care practices in stroke: findings from the UK and Australia. BMC nursing. 2021;20(1):1-8.

Shukla N, Saha S, Singh S. Effect of chlorhexidine with fluoride mouthrinse on plaque accumulation, plaque pH-a double blind parallel randomized clinical trial. J Clin Diagn Res. 2016;10(7):ZC62.

Castillo DH, Smith DJ, Rosenfeld P. Implementing and evaluating the impact of a nurse-led oral care initiative. J Nurs Care Qual. 2020;35(2):123-9.

Dai R, Lam OL, Lo EC, Li LS, McGrath C. A randomized clinical trial of oral hygiene care programmes during stroke rehabilitation. J Dent. 2017;61:48-54.

อุไร คำมาก, ศุภชัย รักแก้ว, ปิยรัตน์ อินทโชติ, ศิรินทิยา พูลโคก, ปียานุช ลาหล้าเลิศ, วรรณพรรณ สาสุขวัฒน์, ธณาวดี สุขสวัสดิ์. โปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก: การทบทวนอย่างเป็นระบบ. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2565;7(1):57-73.

อุไร คำมาก, สุกัญญา ทองบุผา, ยุวดี บุตรเอก, ปราณปริยา อุทัย, กนิษฐา สุวรรณรัตน์, ดวงกมล เคนตู้. การดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อป้องกันภาวะปอดอักเสบ: หลักฐานเชิงประจักษ์. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2565;7(1):46-56.

Andersson P, Hallberg IR, Renvert S. lnter‐rater reliability of an oral assessment guide for elderly patients residing in a rehabilitation ward. Spec Care Dentist. 2002;22(5):181-6.

วันทกานต์ ราชวงศ์, ปรางทิพย์ ฉายพุทธ, สุวิมล กิมปี, นันทกานต์ เอี่ยมวนานนทชัย. ผลของโปรแกรมการจัดการการดูแลช่องปากด้วยตนเองต่อภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีหรือฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด. วารสารสภาการพยาบาล. 2556;28(1):34-48.

Stewart S, Robertson C, Pan J, Kennedy S, Haahr L, Manoukian S, et al. Impact of healthcare-associated infection on length of stay. J Hosp Infect. 2021;114:23-31.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
Kammarg U, มะมม จ, ทองบุผา ส. ผลของนวัตกรรมแปรงสีฟันดูดของเหลวในช่องปากต่อสุขภาพช่องปาก การสำลัก และอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการสำลักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะกลืนลำบาก. TUHJ [อินเทอร์เน็ต]. 30 ธันวาคม 2022 [อ้างถึง 12 กุมภาพันธ์ 2026];7(3):41-57. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/258718

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย