ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อวัณโรคปอดของผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยวัณโรคปอดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ผู้แต่ง

  • วรัญญา บุญซ้อน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ลาวัลย์ ใบมณฑา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

วัณโรคปอด , ปัจจัยนำ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเสริม, พฤติกรรมการป้องกันวัณโรค, ผู้สัมผัสร่วมบ้าน

บทคัดย่อ

บทนำ : วัณโรคเป็นโรคติดต่อสำคัญที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพของโลกและของประเทศไทย วัณโรคเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกายและยังแพร่กระจายได้ง่ายจากละอองเสมหะขนาดเล็กฟุ้งกระจายในอากาศ ประชากรจำนวนหนึ่งในสามของโลกติดเชื้อวัณโรคทั้งที่แสดงอาการป่วยและยังไม่แสดงอาการป่วย

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อวัณโรคปอดของผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคปอดที่รับการรักษา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

วิธีดำเนินการวิจัย : เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research) กลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่พักอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุดตามการรับรู้ของผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนการรักษาใน 2 เดือนแรก ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2566 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ 2567 จำนวน 166 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีกำหนดคุณลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง (inclusion criteria) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริมและพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคปอด โดยเครื่องมือวิจัยผ่านการทดสอบได้ค่าความเชื่อมั่น (reliability) 0.84 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์ของปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริมกับพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคด้วยสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน

ผลการศึกษา : ในภาพรวม ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมเกี่ยวกับการป้องกันวัณโรคของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบความสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05, 0.01 และ 0.01 ตามลำดับ

สรุป : สามารถนำข้อมูลปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมที่ได้เป็นแนวทางวางแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างความตระหนักในการป้องกันการติดเชื้อวัณโรคของผู้สัมผัสร่วมบ้าน

เอกสารอ้างอิง

กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. คำแนะนำเรื่องการวินิจฉัยและการรักษาการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง (Latent Tuberculosis infection). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.

กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. สถาณการณ์และผลการดำเนินงานควบคุมวัณโรคของประเทศไทย ปี พ.ศ.2562-2566. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.

ประเสริฐ ทองเจริญ. ระบาดบันลือโลก world shaking outbreak. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพ. โรงพิมพ์อักษรสมัย; 2557.

นาปีเส๊าะ มะเซ็ง, สมเกียรติยศ วรเดช และ

ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการติดเชื้อวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้าน ผู้ป่วยวัณโรค: การทบทวนวรรณกรรม. วารสารภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ. 2563; 9(2):32-46.

นงนุช เสือพูมี. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้กับพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคปอดของประชาชน ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2556; 23(2):79-93.

รำไพ รอยเวียงคำ มณีรัตน์ ธีรวิวัฒน์ และนิรัตน์ อิมามี. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขศึกษา. 2564; 44(1): 64-81.

กิตศราวุฒิ ขวัญชารี, พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ, กรรณิการ์ ตฤณวุฒิพงษ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อในผู้ป่วยเบาหวานของประเทศไทย : การวิเคราะห์เมตา. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น 2559; 23(3):1-11.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี. รายงานสถาณการณ์โรคติดต่อประจำปีงบประมาณ 2565 [อินเทอร์เน็ต].2565 [เข้าถึงเมื่อ 10 ตุลาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: http://203.157.108.4/cdpathum/.

งานส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. สถิติผู้ป่วยวัณโรคที่เข้ารับการรักษาและขึ้นทะเบียนประจำปีงบประมาณ 2562-2564 [อินเทอร์เน็ต].2565 [เข้าถึงเมื่อ 1 ตุลาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://intranet.hospital.tu.ac.th/healthpromotion/.

Green, Lawrence W; Kreuter, Marshall. Heath Promotion Planning; an Education and Environmental Approach. California; Mountain View; Mayfield Publishing Company; 2006.

นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรีพร สาตร์เพ็ช,ญาดา นภาอารักษ. การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*POWER. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ. 2562; 5(1):496-507.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ และ พิสมัยเสรีขจร กิจเจริญ. ระเบียบวิธีวิจัยทางการสาธารณสุข (พิมพครั้งที่ 1). กรุงเทพ ฯ : จามจุรีโปรดักท์; 2560.

Cohen, J. Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Mahwah: Lawrence Erlbaum Associates.; 1988.

ทศพล สุวรรณ. พฤติกรรมและการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค ภายหลังการใช้โปรแกรมการป้องกันวัณโรคในบุคลากรกลุ่มเสี่ยง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม 2563; 4(8): 122-132.

Pender, N. J. Health Promotion in Nursing Practice (6th ed.). New Jersey: Pearson Education, Inc; 2011.

เจนจิรา ปันแก้ว มนฑกานต์ โอประเสริฐสวัสดิ์และฤทธิรงค์ พันธ์ดี. ความรู้ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันและควบคุม วัณโรคในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคตำบลแม่ตาล อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. วารสารวิจัยสาธารณสุขมหาวิทยาลัยขอนแก่น 2564; 14(3): 35-48.

สัญญา กิตติสุนทโรภาส และ พรเพ็ญ กิตติสุนทโรภาส. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดวัณโรคปอดในผู้สัมผัสร่วมบ้านที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค จังหวัดนครนายก. วารสารวิชาการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก 2563; 7(1): 44-52.

King, I.M. Toward a theory of nursing: General concepts of human behavior. New York: John Wiley& Sons. Inc.; 1981.

ฐิติมา ถมทอง. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคของผู้สัมผัสกับผู้ป่วย วัณโรคในเขต อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก[วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตร์]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2564.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-18

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บุญซ้อน ว, ใบมณฑา ล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อวัณโรคปอดของผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยวัณโรคปอดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. TUHJ [อินเทอร์เน็ต]. 18 กรกฎาคม 2025 [อ้างถึง 27 กันยายน 2026];10(2):127-43. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/272591

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย