ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้มารับบริการทันตกรรม โรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
วัยทำงาน, ผู้มารับบริการทันตกรรม, การรับรู้ด้านสุขภาพช่องปาก, ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากบทคัดย่อ
บทนำ : ปัญหาด้านสุขภาพช่องปากของกลุ่มวัยทำงานเป็นปัญหาที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ ต้องพึ่งพาบริการทางการแพทย์และยารักษาโรคที่มีราคาสูง โดยความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเป็นกุญแจสำคัญสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการสื่อสารสุขภาพ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาข้อมูลส่วนบุคคล การรับรู้ด้านสุขภาพช่องปาก ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้มารับบริการทันตกรรมโรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง
วิธีดำเนินการวิจัย : เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม พ.ศ.2567 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้มารับบริการทันตกรรมโรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรังที่มีอายุระหว่าง 15-59 ปี จำนวน 340 คน โดยใช้สูตรคำนวณขนาดตัวอย่าง เพื่อการประมาณค่าสัดส่วน กรณีทราบประชากรที่แน่นอน และสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน คือ Chi-square test และ Spearman rank correlation test ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
ผลการศึกษา : กลุ่มตัวอย่างเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุ 15-59 ปี อายุเฉลี่ย 33.37±12.39 ปี ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่เคยได้รับความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก มีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับพอใช้ มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก อยู่ในระดับสูง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพช่องปาก (p-value < 0.05) คือ เพศ ระดับการศึกษา การได้รับความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก และความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก ได้แก่ ด้านการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการ ด้านความรู้ความเข้าใจ ด้านทักษะการสื่อสารเพิ่มความเชี่ยวชาญ ด้านทักษะการจัดการตนเอง ด้านการรู้เท่าทันสื่อ ด้านการตัดสินใจ และภาพรวมทั้ง 6 ด้าน
สรุป : หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำผลการศึกษานี้ไปจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม เพื่อลดปัญหาสุขภาพช่องปากในประชากรกลุ่มวัยทำงาน
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ปลุกกระแสวัยทำงานยุคใหม่ใส่ใจฟันสร้างก่อนซ่อมช่องปากดี [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพธุรกิจ; 2564 [สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2567] เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th/?p=236980
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. รายงานการเข้าถึงบริการทันตกรรมของกลุ่มวัยทำงาน อายุ 15-59 ปี [อินเทอร์เน็ต]. ฐานข้อมูล HDC; 2566 [สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2567] เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. นนทบุรี: พิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพมหานคร: สามเจริญพาณิชย์; 2561.
ศุภกร ศิริบุรี. ความสัมพันธ์ของปัจจัยกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากด้วย PRECEDE Framework ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2559;11(3):355-68.
อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์. การขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการสื่อสารสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2560 [เข้าถึงเมื่อ 5 เมษายน 2022]. เข้าถึงได้จาก: http://doh.hpc.go.th/data/HL/HL_DOH_drive.pdf
Horowitz AM, Kleinman DV. Oral health literacy: The new imperative to better oral health. Dent Clin North Am. 2008;52(2):443-50.
อนุพงษ์ สอดสี. ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับประสบการณ์รักษาทางทันตกรรมของนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4-6 จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน. 2563;2(1):18-28.
Bashirian S, Shirahmadi S, Seyedzadeh-Sabounchi Sh, Soltanian AR, Karimi-shahanjarini A, Vahdatinia F. Association of caries experience and dental plaque with sociodemographic characteristics in elementary school-aged children: a cross-sectional study. BMC Oral Health. 2018;18(1):1-12.
ปริญวิทย์ นุราช, อังศินันท์ อินทรกำแหง, เกศกาญจน์ เกศวยุธ. ผลของโปรแกรมการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก และพฤติกรรมการสื่อสารที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. 2562;11(1):71-90.
Horowitz AM, Kleinman DV. Oral health literacy: the new imperative to better oral health. Dent Clin North Am. 2008;52(2):33-44.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชุมชน. กรุงเทพฯ: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2561.
ศิริภา คงศร, สดใส ศรีสะอาด. ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของนักศึกษาสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล. 2563;31(1):133-47.
ธันวา อินทรสุขสันติ. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของผู้มารับบริการทันตกรรม โรงพยาบาลห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2566;16(2):104-15.
วิไลลักษณ์ ทิวากรกฎ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะสุขภาพช่องปากวัยทำงาน อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารแพทย์เขต 4-5. 2560;36(4):237-49.
Daniel WW. Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. 9th ed. Hoboken (NJ): Wiley; 2010.
พันธ์นภา จิตติมณี, ยุวดี รอดจากภัย และนิภา มหารัชพงศ์. การพัฒนาเครื่องมือวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2562;33(3):114-31.
Best J. Research in education. 7th ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1998.
Hinkle DE. Statistical analysis: A guide to understanding and using SPSS. 2nd ed. Boston (MA): Allyn and Bacon; 1998.
Attin T. & Hornecker E. Tooth brushing and oral health: how frequently and when should tooth brushing be performed?. Oral Health Prev Dent. 2005;3(3):135-40.
Nakao K, Ishikawa M, Yasuda T, et al. The importance of using interdental cleaning devices on prevention of tooth loss in an employee population: a cross-sectional study. BMC Oral Health. 2024;24(1):1528.
Janto M., Iurcov R., Daina CM., et al. The Importance of Periodic Dental Control in the Oral Health Status of Elderly Patients. Clin Pract. 2023;18;13(2):537–552.
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int 2000; 15(3): 259-67.
Sorensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, Brand H. Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012; 12(1): 80
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้. 2nd ed. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน); 2561.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: ขั้นพื้นฐาน ปฏิสัมพันธ์ วิจารณญาณ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน); 2562.
Kawamura M., Honkala E., Widstrom E., Komabayashi T. Cross-cultural differences of self-reported oral health behavior in Japanese and Finnish dental students. Int Dent J. 2000;50(1):46–50.
Levin L., Shenkman A. The relationship between dental caries status and oral health attitudes and behavior in young Israeli adults. J Dent Educ. 2004; 68(11):1185–91.
Thomson WM., Williams SM., Broadbent JM., Poulton R., Locker D. Long-term dental visiting patterns and adult oral health. J Dent Res. 2010;89(3):307–11.
Rosenstock IM., Strecher VJ., Becker MH. Social learning theory and the Health Belief Model. Health Educ Q. 1988;15(2):175-83.
Bandura A. Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall, Inc; 1986.
Nutbeam D. The evolving concept of health literacy. Social Soc Sci Med. 2008; 67(12):2072-8.
Paasche-Orlow MK., Wolf MS. The causal pathways linking health literacy to health outcomes. Am J Health Behav. 2007;31(1):19-26.
Prochaska JO., Velicer WF. The transtheoretical model of health behavior change. Am J of Health Promot. 1997;12:38-48.
Ishikawa H., Yano E. Patient health literacy and participation in the health-care process. Health Expect. 2008;11(2):113-22.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.