ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาลทุ่งสง
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ , พฤติกรรมการดูแลตนเอง , อัตราการกลับมารักษาซ้ำ , โรคหัวใจบทคัดย่อ
บทนำ : ปัจจุบันผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยองค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในทุกปีจะมีผู้ป่วยมากกว่า 13 ล้านคนทั่วโลกและมีผู้เสียชีวิต 9.2 ล้านคน ดังนั้นการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสม ส่งผลให้ลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชันไลน์ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจโรงพยาบาลทุ่งสงที่ส่งผลต่อทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการดูแลตนเองและอัตราการกลับมารักษาซ้ำ
วิธีดำเนินการวิจัย : เป็นวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งสง แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 30 คน ได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จำนวน 8 ครั้ง ได้แก่ 1) การสร้างสัมพันธภาพตั้งเป้าหมายร่วมกัน 2) พัฒนาทักษะการเข้าถึงข้อมูล 3) พัฒนาทักษะความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส 4) พัฒนาทักษะการตัดสินใจ 5) พัฒนาทักษะการจัดการตนเอง 6) กระตุ้นติดตามพฤติกรรมการดูแลตนเอง 7) ตรวจสอบเน้นย้ำ ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้อง 8) สรุปผล และกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 30 คน ดูแลตามแนวทางปกติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา, Chi-square test, Wilcoxon signed-ranks test, Mann-Whitney U test
ผลการศึกษา : กลุ่มทดลองมีทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมสูงกว่าก่อนใช้โปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< .05) ไม่พบอัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 3 เดือน
สรุป : โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจช่วยให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ส่งผลให้มีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นและสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ป่วยคนอื่นได้
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. ข้อมูลโรคไม่ติดต่อจำนวนผู้ป่วยอัตราการเสียชีวิต ปี 2563 [อินเตอร์เน็ต]. กระทรวงสาธารณสุข: กองโรคไม่ติดต่อ; รายงานประจำปี 2563. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2565]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2020
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค สำนักงานโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคไม่ติดต่อ 2564.[เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2565]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2020
วรพรรณ มหาศรานนท์, ฐิติอาภา ตั้งค้าวานิช และรุ่งนภา ชัยรัตน์. ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและการให้ความรู้มีผลต่อการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2562;30(1):102-116.
อมรรัตน์ สมมิตร, ชมนาด วรรณพรศิริ และสุธาสินี ธรรมอารี. ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2561;5(2):55-66.
พิสมัย อันลำพัน, ภัทรพงษ์ มกรเวส และวาสนา รวยสูงเนิน. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2564;39(3):47-59.
กิ่งแก้ว สำรวยรื่น และ นิธิพงศ์ ศรีเบญจมาศ. ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องการใช้ยาต่อพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 2562;13(2):297-306
ภคภณ แสนเตชะ และ ประจวบ แหลมหลัก. ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา. วารสารสุขศึกษา. 2563;43(2):150-164.
สุวิดา ลิ่มเริ่มสกุล และคณะ. ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุเบาหวานชนิดที่2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2022;40(1):83-98.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.