การวิจัยเชิงประเมินผลจากโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในพื้นที่ทดลองนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ประเทศไทย
คำสำคัญ:
กิจกรรมทางกาย , พื้นที่ทดลองนโยบาย , นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ , การวิจัยเชิงประเมินผลบทคัดย่อ
บทนำ : หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับนโยบายในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่มีประสิทธิภาพมีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์ : 1) เพื่อประเมินผลของโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในพื้นที่ทดลองนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ประเทศไทย และ 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบแห่งความสำเร็จในการยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
วิธีดำเนินการวิจัย : การวิจัยเชิงประเมินผลในพื้นที่ 9 ตำบลของจังหวัดตรัง โดยใช้วิธีการแบบผสมผสาน 2 ระยะ คือ 1) การวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการดำเนินการโครงการ 26 คน ประชาชนในพื้นที่ 18 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา และ 2) การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากแกนนำสุขภาพชุมชน 376 คน ด้วยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย และนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
ผลการศึกษา : บริบทของโครงการมีเป้าหมายเพื่อมุ่งลดพฤติกรรมเนือยนิ่งด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจและสามารถวางแผนกิจกรรมได้ ปัจจัยนำเข้า มีคณะทำงานขนาดเล็ก ซึ่งมีบุคลากรท้องถิ่นเป็นหลัก ใช้ทุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล การดำเนินการประกอบด้วย 3 รูปแบบ คือ ชุมชนเป็นผู้นำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้นำ และความร่วมมือของเครือข่าย โดยความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะพบ 3 องค์ประกอบ 34 ตัวบ่งชี้ มีค่าไอเกน อยู่ระหว่าง 1.206 ถึง 27.159 ค่าร้อยละของความแปรปรวนอยู่ระหว่าง 2.566 ถึง 57.784 และค่าร้อยละของความแปรปรวนสะสมอยู่ระหว่าง 57.784 ถึง 63.441 ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ระบบสนับสนุนที่เอื้อและความร่วมมือของภาคีเครือข่าย จำนวน 16 ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนักของตัวบ่งชี้ตั้งแต่ 0.531 ถึง 0.661 องค์ประกอบที่ 2 การพัฒนาความรอบรู้เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จำนวน 11 ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนักของตัวบ่งชี้ตั้งแต่ 0.537 ถึง 0.705 องค์ประกอบที่ 3 การเข้าถึงวิถีชุมชน จำนวน 7 ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนักของตัวบ่งชี้ตั้งแต่ 0.639 ถึง 0.697
สรุป : โครงการสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย และดำเนินกิจกรรม โดยมีระบบสนับสนุน การพัฒนาความรอบรู้ และการเข้าถึงวิถีชุมชน เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางกาย
เอกสารอ้างอิง
สุวภาคย์ เบญจธนวัฒน์, ประวิช ขุนนิคม. การประเมินผลกระทบทางสุขภาพแบบเร่งด่วน: เครื่องมือเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ห่วงใยสุขภาพ. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งประเทศไทย. 2567;6(3):28–35.
Green L, Ashton K, Bellis MA, Clemens T, Douglas M. ‘Health in All Policies’—A Key Driver for Health and Well-Being in a Post-COVID-19 Pandemic World. Int. J. Environ. Res. Public Health. 2021 ;18(18):9468. doi:10.3390/ijerph18189468.
Parvanta C, Nelson DE, Harner RN. Public Health Communication: Critical Tools and Strategies. Burlington, MA: Jones & Bartlett Learning; 2017. 530 p.
Giolo-Melo C, Pacheco RTB. Physical Activity, Public Policy, Health Promotion, Sociability and Leisure: A Study on Gymnastics Groups in a Brazilian City Hall. Int. J. Environ. Res. Public Health. 2023 ;20(8):5516.
Bhoothookngoen P, Sanchan N. Prevalence of Noncommunicable Diseases and Social Determinants of Health in Thailand: Insights from Public Datasets. Thai Journal of Public Health. 2024;54(2):918–36.
World Health Organization. WHO-Thailand Country Cooperation Strategy 2017-2021. Nonthaburee: World Health Organization Thailand; 2017.
ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย. ค่าเฉลี่ยจำนวนชั่วโมงในการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งต่อวัน จำแนกรายปี ปี 2555-2566 [อินเทอร์เน็ต]. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 29 พ.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://tpak.or.th/th/iframe/2
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2568 ThaiHealth Watch 2025 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2567 [เข้าถึงเมื่อ 9 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/IkeuH
จารุพร ไชยวงศา, อินทิรา รูปสว่าง, สุภาพ อารีเอื้อ. ความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับเทคโนโลยี เครือข่ายสังคม และความเสี่ยงการหกล้ม กับกิจกรรมทางกายในผู้สูงอายุที่มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19. วารสารสภาการพยาบาล. 2566;38(1):37–51.
Topothai T, Topothai C, Tangcharoensathien V, Waleewong O, Phutthasri W. The Assessment of Physical Activity Programs Implementation in the Thai Urban-Setting against the Global Action Plan on Physical Activity Strategic Actions. Journal of Health Systems Research. 2022;16(1):69–84.
World Health Organization. WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviour: at a glance [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2023 Aug 27]. Available from: https://www.who.int/publications-detail-redirect/9789240014886
Gelius P, Messing S, Goodwin L, Schow D, Abu-Omar K. What are effective policies for promoting physical activity? A systematic review of reviews. Prev Med Rep. 2020 ;18:101095.
Topothai T, Waleewong O, Tangcharoensathien V, Khamput T, Kamonrungsun J, Asawutmangkul U. Thailand Physical Activity Strategy 2018-2030: Challenges and Recommendations for Improved Implementation. J Health Sci. 2021;30(6): 1153–64.
Khunnikom P, Benjatanawat S, Kaewtong Y, Viseshasindhu N, Haetanurak P, Wongluksanapan T. Picturing transformation through wellness tourism: a qualitative explanatory report of physical activity project in Phuket, Thailand. GTG. 2025;58(1):386–95.
ประวิช ขุนนิคม, อุมาพร มุณีแนม, เพ็ญ สุขมาก. ความเป็นไปได้ของการนำรูปแบบการประเมินผลกระทบทางสุขภาพระดับยุทธศาสตร์ไปใช้: กรณีศึกษาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอันดามัน. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2566;6(3):37–48.
Stufflebeam DL. The CIPP Model for Evaluation. In: Kellaghan T, Stufflebeam DL, editors. International Handbook of Educational Evaluation [Internet]. Dordrecht: Springer Netherlands; 2003 [cited 2025 Apr 9]. p. 31–62. Available from: https://doi.org/10.1007/978-94-010-0309-4_4
เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. การประเมินโครงการ แนวคิดและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
Hair JF, Black WC, Babin BJ, Anderson RE. Multivariate data analysis. 7th ed. Upper Saddle River, NJ: Pearson; 2010.
Creswell JW, Poth CN. Qualitative Inquiry & Research Design. 4th ed. Los Angeles: SAGE; 2018.
Mayers J, Bass S. Policy that works for forests and people: real prospects for governance and livelihoods. London: Routledge; 2004.
Nowell LS, Norris JM, White DE, Moules NJ. Thematic Analysis: Striving to Meet the Trustworthiness Criteria. Int. J. of Qual. Methods. 2017 ;16(1):1609406917733847.
Cronbach LJ. Essentials of psychological testing. 5th ed. New York: Harper & Row; 1970.
de Jesus J. Evaluating Community-Based Physical Fitness Programs: A Decision-Focused Approach. Int. J. of Hum. Mov. Sports Sci. 2022; 10:239–52.
ยมนา ชนะนิล, สุนันทา ครองยุทธ, ณัฐนันท์ คำพิริยะพงศ์, อรทัย บุญชูวงศ์, เพ็ญพักตร์ ไชยสงเมือง. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2567;34(2):125–37.
McCullough JM, Eisen-Cohen E, Salas SB. Partnership capacity for community health improvement plan implementation: findings from a social network analysis. BMC Public Health. 2016;16(1):566. doi: 10.1186/s12889-016-3194-7.
Portela-Pino I, Hernaiz-Sanchez A, Lomba-Portela L. Evaluation of health literacy and its predictive formative factors among Spanish military personnel. Mil Psychol. 2025.37(1):14–21. doi: 10.1080/08995605.2023.2274755.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.