ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง และภาวะท้องอืดของมารดาที่ผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง
คำสำคัญ:
ภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดคลอด , พฤติกรรมการดูแลตนเอง , ระบบพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ , ทฤษฎีโอเร็มบทคัดย่อ
บทนำ : ภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดคลอดทำให้มารดาเกิดความไม่สุขสบาย ส่งผลต่อความสามารถในการดูแลตนเองและการดูแลบุตรหลังคลอดลดลง การนำระบบการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ของโอเร็มมาใช้ในการดูแลมารดาหลังผ่าตัดคลอด ช่วยลดภาวะท้องอืดและสามารถดำรงบทบาทการเป็นมารดาในการเลี้ยงดูบุตรได้เต็มศักยภาพ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและภาวะท้องอืดของมารดาหลังผ่าตัดคลอด
วิธีดำเนินการวิจัย : เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ มารดาผ่าตัดคลอดครั้งแรกแบบวางแผนล่วงหน้าที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 50 ราย เมื่อสิ้นสุดการศึกษาคงเหลือ 47 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 23 ราย และกลุ่มควบคุม 24 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ 2) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล 3) แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะท้องอืด (CVI = 0.86) 4) แบบประเมินอาการท้องอืดหลังผ่าตัดคลอด (CV = 0.93) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไควสแควร์ การทดสอบของฟิสเชอร์ และสถิติทีแบบอิสระ
ผลการศึกษา : พบว่า 1) ในระยะ 24 และ 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด มารดาหลังผ่าตัดคลอดกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และ 2) ในระยะ 24 และ 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด มารดาหลังผ่าตัดคลอดกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <. 001)
สรุป : โปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้นี้สามารถช่วยให้มารดาหลังผ่าตัดคลอดเกิดพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะท้องอืด ทำให้ภาวะท้องอืดหลังผ่าตัดคลอดลดลง ดังนั้นควรสนับสนุนให้พยาบาลนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้ในมารดาหลังผ่าตัดคลอด เพื่อให้มีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ดีหรือถูกต้องป้องกันและลดอาการท้องอืด
เอกสารอ้างอิง
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย.ประกาศจุดยืนเรื่องการผ่าตัดคลอด(ฉบับปรับปรุง) [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rtcog.or.th/news/view/54.
สุพรรษา จิตรสม, บานเย็น แสนเรียน, พรผกาย์ ต้นทอง. การจัดการความปวดหลังผ่าตัดคลอดบุตร. วารสารศูนย์อนามัย ที่9:วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2565;16(3):868-81.
ชลภัสสรณ์ วิวรรณพงษ์. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันอาการท้องอืดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดไส้ติ่งแบบเปิดหน้าท้อง.ยโสธรเวชสาร. 2565;24(2):28-35.
วิริยา ศิลา. ผลของโปรแกรมการจัดการ อาการของผู้ป่วยนรีเวชหลังผ่าตัดทางหน้าท้องต่ออาการปวดหลังผ่าตัดและอาการ ท้องอืดที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่ง หนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี[วิทยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยคริสเตียน; 2560.
ศิริพรรณ ภมรพล. บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมการลุกเดินจากเตียงโดยเร็วภายหลังผ่าตัด. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย.2559;9(2):14-23.
นภาพรวงศ์ วิวัฒนนุกิจ. บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมการฟื้นตัวการทำงานของลำไส้หลังการผ่าตัดช่องท้อง. พยาบาลสาร. 2562;46(4):193-201.
รัชฎาภรณ์ จันทร์ธานี. ประสิทธิผลของการพัฒนาแนวทางปฏิบัติการลดภาวะท้องอืดในผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีหอผู้ป่วยนำโชคโรงพยาบาลนครพนมวารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2560;4(1):24-34.
Susanti S, Sari IN. Early mobilization behavior of mother post sectioncaesarea at Embung Fatimah Hospital Batam City. IJNMS. 2022;6(1):82-7.
อรอนงค์ ทัพสุวรรณ์. บทบาทของพยาบาลในการจัดการกับภาวะท้องอืดในผู้ป่วยศัลยศาสตร์ที่ได้รับการผ่าตัดช่องท้อง. เวชบันทึกศิริราช. 2559;9(3):189-93.
Marlaine C. Smith, Marilyn E. Parker. Nursing Theories & Nursing Practice. 4th ed. Philadelphia: F. A. Davis Company; 2015.
กนกพร อริยภูวงศ์, ศุภพร ไพรอุดม และทานตะวัน สลีวงศ์. ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกโรงพยาบาลสุโขทัย. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2562;2(3):17-30.
ธีราภรณ์ บุณยประภาพันธ์, ศิริวรรณ แสงอินทร์, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับฮีมาโตคริตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กวารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2561;26(4):40-50.
พัชรินทร์ เชื่อมทอง, นิภา กิมสูงเนิน, และ รัชนี นามจันทรา. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2563;43(1):78-86.
ปานพิกุล สกุลคู, อรรถวิทย์ จันทร์ศิริ, ศุภนารี เกษมมาลา. ผลของโปรแกรมการพยาบาลสนับสนุนและให้ความรู้ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันและการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดช่องท้องในผู้ป่วยศัลยกรรม. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. 2567;6(2):1-17.
พัชรพรรณ เหมืองหม้อ, หัสยาพร อินทยศ. ผลของโปรแกรมการพยาบาลเพื่อสนับสนุนและให้ความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง โรงพยาบาลแพร่. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางคลินิกโรงพยาบาลแพร่. 2567;32(1):12-26.
สุนิสา เกยสันเทียะ, เกศศิริ วงษ์คงคำ, สุพร ดนัยดุษฎีกุล, และธรรมศักดิ์ ทวิชศรี. ผลของโปรแกรมการเคลื่อนไหวร่างกายโดยเร็วต่อการฟื้นตัวด้านการทำหน้าที่ของลำไส้หลังผ่าตัด72ชั่วโมงแรกในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดช่องท้องแบบเปิดวารสารสภาการพยาบาล. 2565; 37(2):61-80.
สโรชา สุภาธาดา, สุภารัตน์ วังศรีคูณ, และอัจฉรา สุคนธสรรพ์. ผลของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดแบบเปิดทางหน้าท้องต่อการฟื้นตัวหลังผ่าตัด. พยาบาลสารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2565;49(4):179-92.
Herman A, Santoso B, Yunitasari E. The effect of chewing gum on improving the intestine peristalticamong post cesarean section patients at hospital of kendaricity. IJNHS. 2019;2(3):158-63.
สิริอร ข้อยุ่น, วริศรา ภู่ทวี, และอาภา ศรีสร้อย. ผลของการใช้โปรแกรมการฟื้นตัวหลังผ่าตัดร่วมกับเครื่องพยุงเดินหลังผ่าตัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้อง. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2562; 34(4): 386-392.
Zainab S, Akbar A, Mahboob S, Munir S. Chewing gum to hasten bowel recovery in cesarean section: a randomized control trial. PAFMJ. 2020 Aug 1;70(4):1045-8.
Ismail S, Attia AA, Abd-Allah IM, Moghazy AM, Mohamed HS. Effect of chewing gum on outcome measures among women post cesarean section. IOSR-JNHS). 2021;10(2):1-6.
Elgzar WT, Ghattas VN. The effect of non-sugared gum chewing with early ambulation versus early ambulation only on recovery of bowel function after elective cesarean section. AJN. 2019;7(6):965-73.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.