ปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของสตรี จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม, มะเร็งเต้านม, การตรวจเต้านมบทคัดย่อ
บทนำ : โรคมะเร็งเต้านมถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของสตรีทั่วโลก การตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาให้หายขาดและช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของสตรี
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของสตรี จังหวัดชัยภูมิ
วิธีดำเนินการวิจัย : การศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีอายุ 40 - 69 ปี จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 396 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม การรับรู้ความรุนแรงของโรคมะเร็งเต้านม การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ความคาดหวังในความสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม และแรงสนับสนุนทางสังคม มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.74, 0.86, 0.77, 0.82, 0.87 และ 0.79 ตามลำดับ เก็บข้อมูลช่วงเดือนสิงหาคม ถึงตุลาคม พ.ศ. 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยโลจิสติก
ผลการวิจัย : (1) กลุ่มตัวอย่างเคยตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ร้อยละ 47.98 และ (2) ปัจจัยซึ่ง ได้แก่ อายุ 50 - 59 ปี (AOR = 2.09, 95% CI = 1.21-3.62) โรคประจำตัว (AOR = 1.80, 95% CI = 1.09-2.96) ความคาดหวังในผลลัพธ์ระดับมาก (AOR = 2.92, 95% CI = 1.66-5.17) ความคาดหวังในความสามารถระดับมาก (AOR = 2.15, 95% CI = 1.34-3.44) แรงสนับสนุนทางสังคมระดับปานกลาง (AOR = 2.58, 95% CI = 1.56-4.28) และแรงสนับสนุนทางสังคมระดับมาก (AOR = 4.96, 95% CI = 2.58-9.52) มีผลต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุปผล : พยาบาลชุมชนสามารถนำปัจจัย ได้แก่ อายุ โรคประจำตัว ความคาดหวังในผลลัพธ์ ความคาดหวังในความสามารถ และแรงสนับสนุนทางสังคม ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Breast Cancer [internet]. 2025 [cited 2025 Dec 20]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer
สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. โรคมะเร็งเต้านมในสตรีไทย. [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 20 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://pr.moph.go.th/online/index/news/304499online/index/eventonline/index/event
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center). อัตราป่วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 20 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/825c7fbfdbde936cf821a9b16dc4189b
สุวลักษณ์ วงศ์จรรโลงศิล. ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและการปฏิบัติตนเมื่อเข้ารับการรักษา [อินเตอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/cancer_center/sites/default/files/public/pdf/Article/คู่มือมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัด.pdf
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มืออบรมแกนนำนักศึกษาในการดูแลและเฝ้าระวังสตรีไทยจากมะเร็งเต้านม [อินเตอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://hp.anamai.moph.go.th/th/worker-emag/download/?did=212652&id=102373&reload=
สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก https://hp.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/hp/n1280_5891ab5871f94336de351233f0ca18c8_article_20170705155307.pdf
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center). อัตราการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีอายุ 30 – 70 ปี ปีงบประมาณ 2567 [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 21 ตุลาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/308526013808
e90ce8f30d66e3b5ad82
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. นิยามตัวชี้วัด Service Plan สาขาโรคมะเร็ง 2566-2570. [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://www.lpch.go.th/lpch/uploads/20241127132948217319.pdf
ณัฐธยาน์ ชาบัวคำ, สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์. ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยสูงอายุในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2567; 27(3):46-56.
ศิรกาญจน์ ฉันทเฉลิมพงศ์, พิมผกา ปัญโญใหญ่, ณยฎา ธนกิจธรรมกุล. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งเต้านมของสตรีวัยทำงาน. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล (วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ). 2566;39(2):68-80.
ศิริพร จิตรเอื้อ, ฉันทนา จันทวงศ์, นิสากร กรุงไกรเพชร. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เทศบาลเมืองขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 2560;34(1):40-53.
Bloom BS, Engelhart MD, Furst EJ, Hill WH, Krathwohl DR. Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. New York: David McKay; 1956.
Rogers RW. A protection motivation theory of fear appeals and attitude change. J Psychol. 1975;91(1):93-114. doi:10.1080/00223980.1975.9915803
House JS. Work stress and social support. Reading, MA: Addison-Wesley; 1981.
Wayne WD. Biostatistics: A Foundation of Analysis in the Health Sciences. 6th ed. New York: John Wiley & Sons; 1995.p.180.
สิรินุช บูรณะเรืองโรจน์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรีไทยเขตอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. 2559;8(1): 279-294.
Bloom BS. Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill Book Co; 1971.
Best JW. Research in Education. 4th ed. New Jersey: Prentice-Hall; 1981.
Hambleton RK. Test score validity and standard-setting methods. In: Berk RA, editor. Criterion-referenced measurement: The state of the art. Baltimore: The Johns Hopkins University Press; 1980.p.80-123.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16: 297-334.
ศักดิ์ชัย ไชยมหาพฤกษ์. ระบาดวิทยาและสถิติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2566.
ชลวิทย์ บุญศรี. การรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของผู้หญิงอายุ 30–70 ปี ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน. 2565;5(2):90-101.
Rabiei M, Hoseini SH, Khodarahmi S, Sepahvand E, Shirali E. Factors related to clinical breast examination: a cross-sectional study. J Family Med Prim Care. 2022;11(6):3051-7. doi: 10.4103/jfmpc.jfmpc_1611_21
Narcisse MR, Shah SK, Hallgren E, Felix HC, Schootman M, McElfish PA. Factors associated with breast cancer screening services use among women in the United States: an application of Andersen's Behavioral Model of Health Services Use. Prev Med. 2023; 173:107545. doi: 10.1016/j.ypmed.2023.107545
Gao Y, Yu J, Wang H, Liu B, Zhang S. Predicting breast cancer screening behaviors using protective motivation theory: a structural equation modeling approach. Clin Exp Obstet Gynecol. 2023;50(8):168. doi: 10.31083/j.ceog5008168
Nazari M, Ghazaani FM, Kaveh MH, Karimi M, Ghahremani L. Investigating the predictors of breast cancer screening behaviors (breast self-examination, clinical examination or examination by physician/midwife and mammography) based on protection motivation theory (PMT) in women. J Prev Med Hyg. 2021;62(3): E736–E741. doi:10.15167/2421-4248/ jpmh2021.62.3.1857
ภัทรนัย ไชยพรม, ชิสาพัชร์ ชูทอง, ฉัตรสุดา มาทา, ศิริพินธ์ หอมแก่นจันทร์. ความชุกและปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิงไทยในเขตชุมชนกึ่งเมือง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี. 2567;18(2):37–48.
Dang CT, Nguyen TTN, Ho TTT, Kang S. Breast cancer screening motivation among women: an application of self-determination theory. BMC Prim Care. 2024; 25(1):339. doi:10.1186/ s12875-024-02594-z
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.