ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการจัดการความเหนื่อยล้า ต่อความมั่นใจในการดูแลตนเอง ความเหนื่อยล้า และอัตราการฟื้นตัว ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะเฉียบพลัน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการวางแผนจำหน่าย , ความเหนื่อยล้า , การรับรู้สมรรถนะแห่งตน , โรคหลอดเลือดสมองบทคัดย่อ
บทนำ: โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุของความพิการที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง หากได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเฉียบพลันจะกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น แต่ความเหนื่อยล้าเป็นอุปสรรคที่ทำให้การฟื้นฟูไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การผสมผสานการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการจัดการความเหนื่อยล้าอย่างเป็นระบบจึงสำคัญอย่างยิ่ง
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการจัดการความเหนื่อยล้า ต่อความมั่นใจในการดูแลตนเอง ความเหนื่อยล้า และอัตราการฟื้นตัวในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะเฉียบพลัน
วิธีดำเนินการวิจัย: เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบวัดซ้ำที่มีกลุ่มควบคุมในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน จำนวน 50 ราย แบ่งกลุ่มละ 25 ราย วัดผลก่อนและหลังการทดลองสัปดาห์ที่ 4 และ 12 เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไปและข้อมูลการรักษา แบบประเมินความมั่นใจในการดูแลตนเอง แบบประเมินความเหนื่อยล้า แบบประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน และแบบประเมินความพิการทางระบบประสาท
มีค่าความเที่ยง .913, .949, .885, และ 1.00 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ทดสอบไคสแควร์ การทดสอบแบบทีและวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 42-80 ปี กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความมั่นใจในการดูแลตนเอง และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F1,48=7.484; p < .01; F1,48=.071; p < .001 ตามลำดับ) และกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนความเหนื่อยล้า และความพิการทางระบบประสาทน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F1,48=26.771; p < .001; F1,48=.021; p < .01 ตามลำดับ)
สรุป: ผลการศึกษาพบว่าโปรแกรมฯ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดูแลตนเอง ลดความเหนื่อยล้า และส่งเสริมการฟื้นตัวของผู้ป่วย ดังนั้น การนำไปใช้ในการดูแลอย่างเป็นระบบร่วมกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูหลังการเจ็บป่วยได้
เอกสารอ้างอิง
Virani SS, Alonso A, Benjamin EJ, Bittencourt MS, Callaway CW, Carson AP, et al. Heart disease and stroke statistics—2020 update: a report from the American Heart Association. Circulation. 2020;141(9):e139–e596.
Pu L, Wang L, Zhang R, Zhao T, Jiang Y, Han L. Projected global trends in ischemic stroke incidence, deaths and disability-adjusted life years from 2020 to 2030. Stroke. 2023;54(5):1330–9.
Lin Q, Dong X, Huang T, Zhou H. Developmental trajectory of care dependency in older stroke patients. Front Neurol. 2024;15:1374477.
Tiamkao S, Ienghong K, Cheung LW, Celebi I, Suzuki T, Apiratwarakul K. Stroke incidence, rate of thrombolytic therapy, mortality in Thailand from 2009 to 2021. Open Access Maced J Med Sci. 2022;10(E):110–5.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: http://dmsic.moph.go.th/index/detail/8297
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2567 [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: http://dmsic.moph.go.th/index/detail/7829
ผ่องพักตร์ จันทร์ศิริ. ภาระของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระบบการดูแลระยะกลาง โรงพยาบาลโกสุมพิสัย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2564;18(2):72–80.
Taweephol T, Saksit P, Hiransuthikul A, Vorasayan P, Akarathanawat W, Chutinet A. Incidence of recurrent ischemic stroke and its associated factors in a tertiary care center in Thailand: a retrospective cohort study. BMC Neurol. 2024;24(1):152.
Cui Y, Xiang L, Zhao P, Chen J, Cheng L, Liao L, et al. Machine learning decision support model for discharge planning in stroke patients. J Clin Nurs. 2024; 33(8):3145-3160.
คะนึงนิจ ศีรษะโคตร, พจนีย์ ขูลีลัง, เบญจพร เองวานิช, บุญมี ชุมพล, สุวัลยา ศรีรักษา. การพัฒนาโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายแบบบูรณาการสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารสภาการพยาบาล. 2565;37(3):20–43.
โสภิต ใจอารีย์. ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต่อความรู้และพฤติกรรมการวางแผนจำหน่ายของพยาบาล โรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์ พนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีราช. 2566;3(2):E000553.
ผุสดี ก่อเจดีย์, พันนิภา นวลอนันต์, เพ็ญพรรณ จงจิรวงศา, สุภา ธนวังศรี, อมร กัลยพฤกษ์. บทบาทของพยาบาลในการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้าน. วารสารการแพทย์หัวหิน. 2565;2(2):24–42.
Limprayoon C. Development of stroke patients intermediate care discharge planning program of Nong Khai Hospital, Nong Khai Province. J Environ Educ Med Health. 2024;9(2):571–9.
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. [เอกสารอิเล็กทรอนิกส์] หน่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท; 2565.
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. [เอกสารอิเล็กทรอนิกส์]. หน่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท; 2567.
Aarnes R, Stubberud J, Lerdal A. A literature review of factors associated with fatigue after stroke and a proposal for a framework for clinical utility. Neuropsychol Rehabil. 2020;30(8):1449–76.
ศุภชัย รักแก้ว. ความเหนื่อยล้าหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (ออนไลน์). 2566;8(2):1-17.
Hamre C, Fure B, Helbostad JL, Wyller TB, Ihle-Hansen H, Vlachos G, et al. Factors associated with level of physical activity after minor stroke. J Stroke Cerebrovasc Dis. 2021;30(4):105628.
Klassen TD, Dukelow SP, Bayley MT, Benavente O, Hill MD, Krassioukov A, et al. Higher doses improve walking recovery during stroke inpatient rehabilitation. Stroke. 2020;51(9):2639–48.
ศุภชัย รักแก้ว, ธีรนุช ห้านิรัติศัย, สมบัติ มุ่งทวีพงษา. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการเดินต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการเดิน ความเหนื่อยล้า และความสามารถทางกายภาพในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน: การวิเคราะห์เบื้องต้น. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2565;49(3):1-16.
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.
ศุภชัย รักแก้ว, อุไร คำมาก. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเหนื่อยล้าหลังโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลัน. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2567;51(3):138–52.
Bandura A. Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191–215
นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรีพร สาตร์เพ็ชร์, ญาดา นภาอารักษ์. การคำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*Power. วารสารสถาบันเทคโนโลยีสุวรรณภูมิ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 2562;5(1):496–507.
บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. ขนาดอิทธิพล การวิเคราะห์อำนาจการทดสอบ และการคำนวณขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมโดยใช้โปรแกรม G*Power. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2563.
Phonphet C, Suwanno J, Bunsuk C, Kumanjan W, Thiamwong L. Psychometric testing of the cross-culturally adapted Thai version of the Self-Care Self-Efficacy Scale version 3.0 in individuals with chronic illnesses. Int J Nurs Sci. 2024;11(4):473–84.
Banks JL, Marotta CA. Outcomes validity and reliability of the modified Rankin scale: implications for stroke clinical trials: a literature review and synthesis. Stroke. 2007;38(3):1091–6.
สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส แอนด์ กราฟฟิค; 2562.
Alcantara CC, García-Salazar LF, Silva-Couto MA, Santos GL, Reisman DS, Russo TL. Post-stroke BDNF concentration changes following physical exercise: a systematic review. Front Neurol. 2018;9:637.
Sorenson M, Jason L, Peterson J, Herrington J, Mathews H. Brain derived neurotrophic factor is decreased in chronic fatigue syndrome and multiple sclerosis. J Neurol Neurophysiol. 2014;5:1–6.
Zedlitz AM, Geurts AC, Fasotti L. Cognitive and graded activity training can alleviate persistent fatigue after stroke. Clin Rehabil. 2012;26(2):108–19.
Jones K, Krishnamurthi R, Barker-Collo S, De Silva S, Henry N, Zeng I, et al. Fatigue after stroke educational recovery program: a prospective, phase III, randomized controlled trial. J Am Heart Assoc. 2025;14(1):e034441.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.