การประทุษร้ายแพทย์ในสถานพยาบาล

ผู้แต่ง

  • พลตำรวจตรีนายแพทย์ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์ สมาคมศัลยแพทย์ทั่วไปแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

การประทุษร้ายแพทย์ในสถานพยาบาล, การประทุษร้ายแพทย์, สถานพยาบาล

บทคัดย่อ

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในสถานพยาบาลทั่วประเทศไทย เป็นระลอก เมื่อมีบุคคลหรือคณะบุคคล เข้าไปก่อเหตุร้าย ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล แล้วทำร้ายผู้ใช้หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์ แต่เคราะห์ดีที่ไม่ค่อยรุนแรงถึงตาย สิ่งที่วงการแพทย์เป็นกังวลคือความปลอดภัยในชีวิตของคณะผู้ให้บริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์  และมีการผลักดันให้มีมาตรการป้องกันและเพิ่มโทษผู้ก่อเหตุเพื่อลดเหตุร้าย เป็นความโชคดีที่คนไทยส่วนใหญ่ยังมีเจตคติที่ไม่รุนแรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพ ไม่มีความเกลียดชังระหว่างชาติพันธุ์ ซึ่งต่างจากที่ปรากฏในสหรัฐอเมริกาดังข่าวที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ของ MEDSCAPE ที่รายงานโดย Christine Lehmann นักเขียนและบรรณาธิการอาวุโสของ MEDSCAPE

ตัวอย่างที่เล่ากันมาคือ กรณีแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวชื่อ Kenneth Cheng วันหนึ่งขณะเข้าเวรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษา พยาบาลได้กล่าวเตือนหมอเช็งว่าคนไข้รายต่อไป หมออาจต้องประเมินสถานการณ์เป็นพิเศษ เพราะเป็นคนไข้ที่มีประวัติเกลียดชังคนเชื้อชาติเอเชีย ซึ่งหมอเช็งเล่าว่า เขาถามคนไข้ว่าพอใจที่จะให้เขาตรวจรักษาไหม คนไข้บอกว่าพอใจ แต่หมอเช็งก็ยังเฝ้าระวัง และเตรียมอกเตรียมใจไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้คนไข้ฉวยโอกาสก่อเหตุ หมอเช็งบอกว่า เขาไม่หันหลังให้คนไข้คือแม้จะออกจากห้องตรวจก็ยังเดินถอยออกมา เคราะห์ดีที่ เหตุการณ์ผ่านไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งต่างจากเพื่อนแพทย์ประจำบ้านของหมอเช็ง ในช่วงที่ฝึกอบรม ทางยูโรวิทยาอยู่นั้น ถูกคนไข้ยิงตายในห้องตรวจ โดยคนไข้สารภาพในเวลาต่อมาว่า เขาโกรธหมอที่ผ่าตัดต่อมลูกหมากให้ แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน 25 ปีก่อนหน้านี้

อีกรายหนึ่งได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง แล้วยังมีอาการปวดหลังผ่าตัดอยู่ จึงโกรธอย่างบ้าคลั่ง และใช้อาวุธปืนยิงศัลยแพทย์เสียชีวิต จากนั้นเดินไปยิงแพทย์อีก 3 คนในสำนักงานเดียวกัน ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเองด้วยอาวุธปืนกระบอกนั้น

จากการสุ่มหาข้อมูล MEDSCAPE  พบว่าแพทย์ 9 ใน 10 คนที่ตอบแบบสอบถาม เคยประสบเหตุความรุนแรงจากคนไข้อย่างน้อย 1 ครั้งโดยส่วนใหญ่เป็นการด่าทอหมอด้วยอารมณ์โกรธ แล้วมีพฤติกรรมเพี้ยนไป ผู้ชำนาญการกล่าวว่ามีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุร้ายเช่นนี้ อาทิเช่นบริการทางการแพทย์ ที่ไม่เป็นกันเองอย่างเดิม, คนไข้รอตรวจนาน, บางรายติดยาที่แพทย์จ่ายให้, บริการทางจิตใจที่ยังขาดแคลน, และประเด็นความปลอดภัย ที่แทบจะไม่มีเลยในหลายๆสถานพยาบาล, เมื่อแพทย์ปฏิเสธที่จะจ่ายยาหรือ การตรวจ ที่คนไข้ต้องการ, ความไม่พอใจการวินิจฉัยและแผนการรักษาของหมอ แพทย์ออร์โธปิดิกส์รายหนึ่งที่รัฐอินเดียน่าถูกยิงตายเพราะไม่ยอมจ่ายยา Opioid ให้

ความรุนแรงต่อผู้ให้บริการทางการแพทย์เกิดบ่อยจนสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาต้องออกรัฐบัญญัติ “The Safety From Violence for Healthcare Employees Act ” เมื่อปี 2022 เพื่อคุ้มครองบุคลากรดังกล่าว เนื้อหาสาระของกฎหมายมีการเพิ่มโทษถ้าใช้อาวุธร้ายแรง และรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 25 ล้านเหรียญ ให้โรงพยาบาลใช้ในการลดความรุนแรงรวมทั้งการให้ฝึกอบรมเพื่อลดความรุนแรง (De-escalation training)

สถิติแสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการในสถานพยาบาลบำบัดจิตและยาเสพติด เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ที่ไม่ ถึงตาย นับเป็น 10 เท่าของผู้ให้บริการรายอื่น จิตแพทย์ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะในกรณีที่ดูแลคนไข้ในแพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งประสบอุบัติการณ์ความรุนแรงเพิ่มขึ้นในรอบ 5 ปี

ผลกระทบจากการข่มขู่ว่าจะประทุษร้ายหมอไม่ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตามนำไปสู่การที่หมอไม่ไว้วางใจคนไข้ หมอจะคุยเรื่องส่วนตัว หรือ แสดงความห่วงใยน้อยลง  ให้เบอร์โทรศัพท์น้อยลง กระบวนวิธีเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้ คือพยายามลดความร้อนแรงของอารมณ์, แสดงความเห็นอกเห็นใจ และแสดงให้คนไข้เห็นว่าหมอเป็นพวกเดียวกับคนไข้ หมอเช็งเล่าว่าเขาได้ผ่านการฝึกอบรม De-escalation techniques เพื่อทำความคุ้นเคยกับพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ ความรุนแรงของคนไข้และลดความร้อนแรงของอารมณ์ ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆหมอเช็งเสนอว่าเรา (แพทย์และผู้ให้บริการ) ต้องเตรียมสู้ด้วยสิ่งที่มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือดับเพลิง,เก้าอี้,หรือแม้แต่มีผ่าตัด

 

ประวัติผู้แต่ง

พลตำรวจตรีนายแพทย์ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์, สมาคมศัลยแพทย์ทั่วไปแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

 

 

 

เผยแพร่แล้ว

2025-01-07

รูปแบบการอ้างอิง

พฤกษาพงษ์ พ. (2025). การประทุษร้ายแพทย์ในสถานพยาบาล. วารสารสมาคมศัลยแพทย์ทั่วไปแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, 9(3), vii-viii. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/agstjournal/article/view/273045