ผลการจัดการเครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำต่อการลดค่าไฟฟ้าและควบคุมค่าออกซิเจนละลายน้ำในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลชุมชน
THE EFFECTS OF SURFACE AERATION MANAGEMENT ON ELECTRICITY COST REDUCTION AND DISSOLVED OXYGEN CONTROL IN THE WAST EWATER TREATMENT SYSTEM OF COMMUNITY HOSPITAL
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าและปริมาณออกซิเจนละลายน้ำก่อนและหลังการจัดการเครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำด้วยการติดตั้ง Timer Switch เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) ดำเนินการศึกษาในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาล โดยเก็บข้อมูลค่าออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen: DO) ในบ่อเติมอากาศ จำนวน 182 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงก่อนดำเนินการ 91 ครั้ง และหลังดำเนินการ 91 ครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Independent Samples t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า หลังการติดตั้ง Timer Switch สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 792 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่าย 40,392 บาทต่อปี และมีระยะเวลาคืนทุน 1.34 เดือน ค่าเฉลี่ยออกซิเจนละลายน้ำหลังการจัดการ (𝑥̅ =5.86 mg/L, SD 0.24) ต่ำกว่าก่อนการจัดการ (𝑥̅ =6.62 mg/L, SD=0.13) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=26.67, df=141.31, P<0.001) และมีขนาดอิทธิพล (Cohen’s d=3.95) อย่างไรก็ตามระดับออกซิเจนละลายน้ำหลังการจัดการยังคงสูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดไว้ 2 mg/L และประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (Biochemical Oxygen Demand: BOD) ของน้ำทิ้งหลังบำบัดอยู่ระหว่าง 5.25–11.00 mg/L ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานน้ำทิ้งที่กำหนดไว้ไม่เกิน 20 mg/L ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการควบคุมรอบการทำงานของเครื่องเติมอากาศด้วย Timer Switch เป็นมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่มีต้นทุนต่ำ สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทิ้ง และมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยงานที่มีระบบบำบัดน้ำเสียลักษณะใกล้เคียงกัน
คำสำคัญ: เครื่องเติมอากาศ, ออกซิเจนละลายน้ำ, การอนุรักษ์พลังงาน, ระบบบำบัดน้ำเสีย
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. 2565. นโยบายการประหยัดพลังงานในสถานพยาบาล. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน. 2560. คู่มือพัฒนาศักยภาพ คณะทำงานโครงการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานในอาคารประเภท โรงพยาบาล. สำนักพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน, 256 หน้า.
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2560. คู่มือระบบบำบัดน้ำเสีย ชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักจัดการคุณภาพน้ำ. 95 หน้า.
กรมควบคุมมลพิษ. 2553. คู่มือการจัดการน้ำเสียสำหรับบ้านเรือนและชุมชน. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมโรงงานอุตสาหกรรม. 2560. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุม การระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560.
สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. 2559. คู่มือการใช้ และ บำรุงรักษาระบบบำบัด น้ำเสียในโรงพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: บริษัท โอ-วิทย์ (ประเทศไทย) จำกัด. 46 หน้า.
อภิฤดี ตัณฑเวชกิจ. 2562. การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน: กรณีศึกษา โรงพยาบาล ของรัฐขนาดใหญ่. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เอื้อการณ์ บุตรโพธิ์ศรี. 2566. การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในการอนุรักษ์พลังงาน โรงพยาบาลหนอง กุงศรีจังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชนปีที่ 8 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2566 237 – 244