การพัฒนาโปรแกรมระบบดูแลเฝ้าระวังภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • ศิริพร ทองนอก -

บทคัดย่อ

ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยเฉพาะในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีแนวโน้มอัตราภาวะซึมเศร้าและการพยายามฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น เป็นวิจัยและพัฒนา วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพัฒนาโปรแกรมระบบดูแลเฝ้าระวังภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนที่ผ่านการคัดกรองว่ามีภาวะซึมเศร้าจำนวน 270 คน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 เครื่องมือประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบวัดอาการซึมเศร้า CES-D ฉบับภาษาไทย 3) แบบประเมิน 9Q 4) แบบประเมิน 8Q 5) แบบสอบถามความเชื่อและทัศนคติต่อการฆ่าตัวตาย 6) แบบประเมินการสนับสนุนทางสังคม และ7) โปรแกรมบำบัดความคิดและพฤติกรรมแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการศึกษาพบว่า หลังโปรแกรมคะแนนอาการซึมเศร้า 9Q ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ t = 12.50, p < 0.001 และติดตามที่ 3 เดือน (6.8 คะแนน; t = 14.20, p < 0.001) คะแนนด้านความเชื่อเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ t = 7.10, p < 0.001 รวมถึงทัศนคติต่อการช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยง t = 6.85, p < 0.001การสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อน และครูเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกด้าน p < 0.001

สรุปได้ว่า โปรแกรมระบบดูแลเฝ้าระวังร่วมกับการบำบัด CBT แบบกลุ่มมีประสิทธิผลในการลดอาการซึมเศร้า ลดความเชื่อที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย และเพิ่มการสนับสนุนทางสังคมของนักเรียน สามารถประยุกต์ใช้เป็นรูปแบบการดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Depression and other common mental disorders. WHO; 2023.

Lu B, et al. Global burden of depression in children and adolescents: A systematic review and meta-analysis. J Affect Disord. 2024.

Backes EP, Bonnie RJ. The promise of adolescence. National Academies Press; 2019.

World Health Organization. Suicide worldwide in 2019. WHO; 2020.

Brody DJ. Depression and suicidal thoughts among U.S. adolescents ages 12–19: 2018–2020. National Center for Health Statistics; 2024.

Jaycox LH, et al. Impact of teen depression on academic, social, and physical functioning. Pediatrics. 2009;124(4):e596–e605.

Choychoda K. Depressive symptoms among Thai adolescents: A nationwide school-based survey. J Med Assoc Thai. 2023;106(4):569–578.

Chaniang S, Meuangkhwa P. Adolescent suicide risk behavior. J Nurs Siam Univ. 2020;20(39):121–130.

Panyawong W, Santitadakul P, Pavasuthipaisit C. Prevalence of depressive symptoms and suicide risk among Thai adolescents in 13 health regions. J Psychiatr Assoc Thailand. 2020;65(4):357–370.

Keles S, Idsoe T. A meta-analysis of group CBT interventions for adolescents with depression. J Adolesc. 2018;67:129–139.

Kittimaskun P, Teekapakvisit S, Junsirimongkol B. Effectiveness of a school-based CBT program for Thai adolescents. J Ment Health Thailand. 2020;28(2):112–125.

Rungrojwatanasiri P, Jirarode A, Petpichetchian W. Internet-based CBT program on depression in Thai high school students. Pac Rim Int J Nurs Res. 2024;28(2):439–454.

กรมสุขภาพจิต. รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทย. 2566.

สสส. รายงานสุขภาพจิตวัยรุ่นไทย. กรุงเทพฯ; 2565.

กระทรวงสาธารณสุข. รายงานเฝ้าระวังภาวะซึมเศร้า เขตสุขภาพ. 2566.

นันทิยา จีระทรัพย์, สุพัตรา สุขาวห, กมลทิพย์ สงวนรัมย์, เกษราภรณ์ เคนบุปผา และหทัยรัตน์ดิษฐอั๊ง . การพัฒนาและทดสอบประสิทธิผลโปรแกรมการบำบัดทางความคิดและ พฤติกรรมแบบกลุ่มสำหรับวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้าในโรงเรียนมัธยมศึกษา.วารสารจิตแพทย์ ศาสตร์สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2563;65(1):57–70.

เผยแพร่แล้ว

2026-10-23

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย