ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุใน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
Factors Associated with Oral Health Care Behaviors among Older Adults in Chiang Saen District, Chiang Rai Province, Thailand
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ความรอบรู้, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, การรับรู้ความสามารถของตนเองบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
สถานการณ์สุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุพบการสูญเสียฟันถาวรเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุสำคัญจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก การวิจัยแบบวิเคราะห์เชิงภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูสุขภาพช่องปากและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จำนวน 404 คน ดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม–มิถุนายน พ.ศ. 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก การรับรู้ความสามารถของตนเอง คุณภาพชีวิต และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ไคสแควร์และสหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 54.70) มีความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากในระดับเพียงพอ (ร้อยละ 95.30) การรับรู้ความสามารถของตนเองอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 82.67) และมีคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 94.05) ขณะที่พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอยู่ในระดับดี (ร้อยละ 86.10) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุ (r = 0.115, p = 0.018) ระดับน้ำตาลในเลือด (r = -0.101, p = 0.043) ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากด้านความรู้ความเข้าใจและการเข้าถึงข้อมูล (p < 0.01) รวมถึงคุณภาพชีวิตรายด้าน (p < 0.01) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัจจัยด้านอายุ การเข้าถึงบริการ และความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่สอดคล้องกับบริบทชุมชนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
United Nations. International Day of Older Persons [Internet]. New York: United Nations; [updated 2025 Oct 1; cited 2025 Oct 30]. Available from: https://www.un.org/en/observances/older-persons-day
แพรวพรรณ ศิริเลิศ. สำรวจแนวโน้มการสูงอายุของประชากรไทย. SDG Update [อินเทอร์เน็ต]. 2024 [ปรับปรุงเมื่อ 20 มีนาคม 2567; เข้าถึงเมื่อ 7 กรกฎาคม 2567]. Available from: https://www.sdgmove.com/2024/03/08/sdg-updates-aged-society-preparation-and-policy/
World Population Data Sheet 2023. Population Reference Bureau: PRB [Internet]. 2023 [cited 2024 Jul 7]. Available from: https://www.prb.org/wp-content/uploads/2023/12/2023-World-Population-Data-Sheet-Booklet.pdf
Lockhart PB, Brennan MT, Thornhill M, Michalowicz BS, Noll J, Bahrani-Mougeot FK, Sasser HC. Poor oral hygiene as a risk factor for infective endocarditis–related bacteremia. J Am Dent Assoc. 2009 Oct;140(10):1238-1244.
Bureau of Dental Health, Department of Health, Ministry of Public Health, Thailand. Strategic Plan for Oral Health Thailand [Internet]. [cited 2024 Jul 7]. Available from: https://dental.anamai.moph.go.th/th/oral-health-plan
National Oral Health Survey Project. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2565–2566 [Internet]. AGD Publishing House; 2024 Jun 05 [cited 2024 Jul 7]. Available from: https://fliphtml5.com/bcbgj/eduf/
Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.
Best JW. Research in education. 7th ed. Boston: Allyn and Bacon; 1997.
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคณะ. เครื่องชี้วัดขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย. โครงการจัดทำโปรแกรมสำเร็จรูปในการสำรวจสุขภาพจิตในพื้นที่. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง; 2545.
อุดมพร ทรัพย์บวร. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม. วารสารแพทย์เขต 4-5 [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 7 ก.พ. 2569];38(4):244–255. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/reg45/
article/view/231693
Khumchai S. Health literacy and oral health behavior among older adults. Int J Dent Hyg. 2021;19(2):176–184 [cited 2026 Jan 3]. Available from: https://onlinelibrary.wi
ley.com/doi/full/10.1111/idh.12489
พิราวรรณ เนื้อทอง. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของผู้สูงอายุที่พึ่งพาตนเองได้ในอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ [วิทยานิพนธ์]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2565. สืบค้นเมื่อ 4 มิ.ย. 2567 จาก https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/51
/3/62062457.pdf
กนกกร พัฒนกูล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสาคร [ปริญญานิพนธ์]. ตรัง: วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง; 2560.
สุธาสินี สมานชาติ. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากกับสภาวะสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่มารับบริการทันตกรรม โรงพยาบาลเทศบาลเมือง สาขาโรงพยาบาลสระบุรี [ปริญญานิพนธ์]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563.
Taylor GW, et al. Diabetes and oral health. J Am Dent Assoc. 2013;144(3):233–241. Available from: https://jada.ada.org/article/S0002-8177(14)61519-2/fulltext
Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, et al. Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80. Available from: https://bmcpublichealth.biomedcentral.com/articles/
1186/1471-2458-12-80
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W. H. Freeman; 1997 [cited 2026 Jan 4]. Available from: https://www.worldcat.org/title/35609098
Sheiham A, Watt RG. The common risk factor approach: A rational basis for promoting oral health. Community Dent Oral Epidemiol. 2000;28(6):399–406. doi:10.1034/j.1600-0528.2000.028006399.x
World Health Organization. WHOQOL user manual. Geneva: World Health Organization; 1998. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/77932