ผลการใช้โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาเพื่อเพิ่มความร่วมมือในการรักษาด้วยยาของผู้ป่วยจิตเภทโรงพยาบาลอุตรดิตถ์

ผู้แต่ง

  • เบญจมาพร บัวหลวง หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
  • สุกัญญา เตชะสุวรรณา
  • วรรณวิภา ชำนาญ

คำสำคัญ:

ความร่วมมือในการรักษา, โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษา, ผู้ป่วยจิตเภท

บทคัดย่อ

บทนำ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบความร่วมมือในการรักษาด้วยยาระหว่างผู้ป่วยจิตเภทที่ได้รับโปรแกรมและไม่ได้รับโปรแกรม
สุขภาพจิตศึกษา
รูปแบบการศึกษา: กึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดก่อนและหลังการทดลอง
สถานที่ศึกษา: หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
วิธีการศึกษา: ศึกษาผู้ป่วยโรคจิตเภทที่เข้ารักษาแบบผู้ป่วยในที่ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยยาคือรับประทานยาไม่
ต่อเนื่อง ขาดยาและการไม่มาตรวจตามนัดในหอผู้ป่วยจิตเวช ตั้งแต่วันที 1 มิ.ย. 61 ถึง 31 ม.ค. 62 แบ่งผู้ป่วยโดยการสุ่มอย่าง
ง่ายเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลตามปกติร่วมกับโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาเป็นเวลา 3 สัปดาห์หลังจาก
ที่อาการทางจิตสงบจำนวน 34 ราย กลุ่มควบคุมเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลตามปกติจำนวน 37 ราย ซึ่งเครื่องมือได้แก่โปรแกรม
สุขภาพจิตศึกษาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นได้ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านสุขภาพจิตและการพยาบาล
จิตเวช จำนวน 5 ท่านได้ค่าความตรงของเนื้อหาเท่ากับ 0.89 วิเคราะห์ความเที่ยงของเครื่องมือ โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา
ของครอนบาค ได้ค่าความเที่ยงของเท่ากับ 0.87 และแบบวัดพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษา โดยทั้ง 2 กลุ่มวัดก่อนจำหน่าย
และวันที่มาตรวจตามนัดวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ย ร้อยละ t-test, ranksum test และ exact probability test
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีความใกล้เคียงกันในข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับความร่วมมือในการรักษาด้วยยาใน
กลุ่มทดลองมีแนวโน้มให้ความร่วมมือดีขึ้นทั้งก่อนจำหน่ายและวันมาตรวจตามนัด (35.0+9.6, 31.3+7.7, p=0.075)
(36.5+6.2, 35.9+9.3, p=0.798) ถึงแม้ว่าผลการประเมินคะแนนเฉลี่ยด้านการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาของทั้ง 2
กลุ่มไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านความสามารถในการสังเกตและจัดการกับอาการข้างเคียงของยากลุ่มที่ใช้โปรแกรมสุขภาพจิต
ศึกษามากกว่าก่อนจำหน่าย (33.1% และ 29.4%, p=0.023) และวันมาตรวจตามนัด (35.3% และ 31.4%,
p=0.029) การมาตรวจตามนัดเมื่อสิ้นสุดการศึกษามากกว่า (91.2% และ 62.1%, p<0.001)
สรุป: การให้โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษามีแนวโน้มให้ผู้ป่วยจิตเภทให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยยาดีขึ้นถึง
แม้ว่าจะไม่เห็นผลขัดเจนในประเด็นย่อยในการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษาแต่ความสามารถจัดการอาการข้างเคียงของยาและการ
มาตรวจตามที่แพทย์นัดดีขึ้น
คำ�สำ�คัญ : ความร่วมมือในการรักษา, โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษา, ผู้ป่วยจิตเภท

เอกสารอ้างอิง

1. สมภพ เรืองตระกูล. คู่มือจิตเวชศาสตร์.พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์; 2543.
2. มาโนช หล่อตระกูล,ปราโมทย์ สุคนิชย์. โรคจิตเภทชุดโครงการตำราและเอกสารทางวิชาการ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร: คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2546.
3. Dracup KA, Meleis LA. “Compliance: An interactionist approach” Health Education Monograph2 1982.
p.409-417.
4. ชนานันท์ แสงปาก, ภัทรภรณ์ ทุ่งปันคำและ วรนุช กตสัมบันท์. (2560). ผลของการบำบัดเพื่อการรับประทานยาต่อเนื่อง
ต่อความร่วมมือในการรักษาด้วยยาในผู้ที่เป็นโรคจิตเภทในชุมชน. พยาบาลสาร, 44(1), 137-148.
5. สมจิตต์ ลุประสงค์,วาสนา เหล่าคงธรรม.ผลของการให้คำปรึกษาต่อความร่วมมือในการรักษา ความรู้เรื่องโรคและการรักษา
และการแสดงออกทางอารมณ์ในครอบครัวต่อผู้ป่วยโรคจิตเภท. วารสารการ พยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. กรุงเทพมหานคร:
บริษัทธนาเพรสจำกัด; 2551.
6. หอผู้ป่วยจิตเวช.( 2559-2560). รายงานประจำปี. อุตรดิตถ์: โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
7. Gray R, WykesT, Gournay K. From compliance to concordance: a review of the literature on interventions
to enhance compliance with antipsychotic medication.Journal of psychiatric and Mental Health Nursing.
2009;9(5): 277-284.
8. พงษ์ศักดิ์ อุบลวรรณี. ผลของโปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาต่ออาการซึมเศร้าในผู้สูงวัย.วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตร
บัณทิต สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.
9. เพ็ญพักตร์ อุทิศ. การประชุมวิชาการประจำปี2554 เรื่อง “ความก้าวหน้าในการบำบัดทางการ พยาบาล สุขภาพจิตและ
จิตเวช” สมาคมพยาบาลจิตเวชแห่งประเทศไทย โรงแรม แมนดาริน กรุงเทพมหานคร. วันที่24-26 สิงหาคม 2554.
10. โรงพยาบาลศรีธัญญา.ชุดความรู้การฟื้นฟูสมรรถภาพในผู้ป่วยจิตเวช แนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยา
ในผู้ป่วยโรคจิตเภท.กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2553.
11. Anderson CM, Hogarty GE, Reiss. Family Treatment of adult schizophrenia patients: A psychoeducation
approach. Schizophrenia Bulletin.1980;6(3):p 490-505.
12. สรินทร เชี่ยวโสธร. ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจในผู้ป่วยจิตเภทต่อพฤติกรรมการใช้ยาตามเกณฑ์การรักษา.วิทยานิพนธ ์
ปริญญาพยาบาลศาสตรบัณทิต สาขาวิชาการพยาบาลศึกษาบัณทิต วิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย;2545.
13. วิริญจน์ ไชยจันทร์ ยาใจ สิทธิกมล ประภา ยุทธไตร ปิยานี คล้ายนิล.ผลของการให้โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาต่อทัศนคติต่อ
ยาและความร่วมมือในการมาตรวจตามนัดครั้งแรกหลังจำหน่ายของผู้ป่วยจิตเภท Journal of Nursing Science. 2009,
Volum.27 No.3 Sep-Dec.
14. Colom F. Psychoeducation: improving outcomes in bipolar disorder. European Psychiatry. 2005; volume 20.
p.359-364.
15. Deyo RA, Inui TS. Dropouts and broken appointments a literature review and agenda for future research.
Medical Care, 1980; 18(2), p1146-1157.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
บัวหลวง เ, เตชะสุวรรณา ส, ชำนาญ ว. ผลการใช้โปรแกรมสุขภาพจิตศึกษาเพื่อเพิ่มความร่วมมือในการรักษาด้วยยาของผู้ป่วยจิตเภทโรงพยาบาลอุตรดิตถ์. HSCR [อินเทอร์เน็ต]. 30 มิถุนายน 2021 [อ้างถึง 10 มกราคม 2026];36(1):52-63. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/hscr/article/view/252737

ฉบับ

ประเภทบทความ

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)
Bookmark and Share