ประสิทธิผลของการนวดเต้านมเพื่อกระตุ้นการไหลของนํ้านมในมารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
คำสำคัญ:
การนวดเต้านม, การไหลของนํ้านม, มารดาหลังผ่าตัดคลอดบทคัดย่อ
บทนำ
ความสำคัญ: มารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตรเป็นกลุ่มที่มีปัญหา และอุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มารดากลุ่มนี้จะเริ่มให้ลูก
ดูดนมช้ากว่ามารดาคลอดปกติจากสภาพร่างกาย ความอ่อนเพลีย จากการงดนํ้าและอาหารก่อนและหลังผ่าตัดเป็นเวลานาน
รวมทั้งปวดแผลผ่าตัด ทำให้ไม่สุขสบาย เกิดความเครียด ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการไหลนํ้านม คือ ไม่ไหลหรือไหลช้า ส่ง
ผลให้มารดาและญาติเกิดความวิตกกังวล และทำให้ยุติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว เพราะคิดว่ามีปริมาณนํ้านมไม่เพียง
พอต่อความต้องการของทารก การนวดเต้านมช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมนํ้านม ส่งเสริมการไหลเวียนของระบบเลือดและ
นํ้าเหลืองภายในเต้านม ส่งผลให้เพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่มาต่อมนํ้านมและกระตุ้นกระบวนการสร้างนํ้านม รวมทั้งส่งเสริม
การระบายนํ้านม โดยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน ทำให้เกิดปฏิกิริยา let-down reflex วิธีการนวดที่มารดาและญาติ
สามารถปฏิบัติได้ง่าย คือการนวดหัวนมและเต้านมด้วยวิธี Self Mamma Control Method (SMC) การนวดเต้านมทำให้
เต้านม ลานนมนิ่ม ทารกสามารถอมหัวนมได้ถึงลานนม เป็นการกระตุ้นให้ฮอร์โมนโปรแลคตินสร้างนํ้านมอย่างต่อเนื่อง ช่วย
เพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับการไหลของนํ้านม เปรียบเทียบในมารดาที่ได้รับการนวดและไม่ได้นวดเต้านมในมารดาหลัง
ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง
รูปแบบการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิง Efficacy รูปแบบ Non-RCT ศึกษาใน หอผู้ป่วยสูติกรรมหลังคลอด โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
ในมารดาหลังผ่าตัดคลอดในตึกสูติกรรมหลังคลอด เข้ารับบริการระหว่างเดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2562 จำนวน
50 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 25 ราย ราย โดยจะเริ่มตั้งแต่รับมารดาหลังคลอดกลับจากห้องผ่าตัด มารดากลุ่มควบคุมจะไม่ได้
รับการนวดเต้านม ส่วนกลุ่มทดลองจะได้รับการนวดเต้านมตั้งแต่แรกรับกลุ่มควบคุมหมายถึงกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวทาง
การดูแลมารดาทารกหลังคลอดตามปกติ และกลุ่มทดลอง คือกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวทางการดูแลมารดาทารกร่วมกับ
เริ่มให้นวดหัวนมและเต้านมด้วยวิธี Self Mamma Control (SMC) นวดตั้งแต่แรกรับ สอน สาธิต ฝึกมารดาและญาติ นวดทุก
3 ชั่วโมงในช่วง 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นมีการ ติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน
ผลการศึกษา: มารดาทั้งสองกลุ่มมีอายุเฉลี่ย ประวัติการตั้งครรภ์ อายุครรภ์เฉลี่ย ข้อบ่งชี้การคลอด ระยะเวลาการงดนํ้า
และอาหาร และมนํ้าหนักทารกแรกเกิด ไม่แตกต่างกัน ระดับการไหลของนํ้านมในกลุ่มที่ได้รับการนวดเต้านมมีระดับการไหล
เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการนวดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.001)
สรุป: บทบาทพยาบาลมีความสำ� คัญในการดูแลมารดาหลังผ่าตัดคลอดให้ประสบความสำ� เร็จในการเลี้ยง
ลูกด้วยนมแม่ โดยการกระตุ้นการนวดเต้านมหัวนม ร่วมกับการฝึกทักษะการเข้าเต้าให้ถูกต้อง จะช่วยให้มารดาลดความเครียด
ส่งผลให้มีการไหลของนํ้านมเร็วขึ้น
คำสำคัญ: การนวดเต้านม การไหลของนํ้านม มารดาหลังผ่าตัดคลอด
เอกสารอ้างอิง
USA: Mc Graw- Hill; 2005.p695-710.
2. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรี พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น; 2563
3. News medical life sciences. WHO aims to increase global rate of breastfeeding for six months to 50% by 2025.
http://www.news-medial.net.2013.
4. กรมอนามัย. แผนยุทธศาสตร์สุขภาพกระทรวงสาธารณสุขด้านสุขภาพและป้องกันโรค ปีงบประมาณ 2557. 2557 สืบค้น จาก
http://www.anamai.moph.go.th/download/แผนยุทธศาสตร์กรมอนามัย 2557.pdf.
5. Gatti L. Maternal perceptions of insufficient milk supply in breastfeeding. Journal of Nursing Scholarship
2008; 40(4): 355-363. Available from: http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/j.
6. Chien LY, Tai CH. Effect of delivery method and timing of breastfeeding intiation on breastfeeding outcome
in Taiwan .Birth 2007; 34(2):123-130.
7. Karlstrom A, Engstrom OS, Norbergh K, Sjoling A, & Hildingsson. Postoperative pain after cesarean birth
affect breastfeeding and infant care. Journal of Obstetric, Gynecology and Neonatal Nursing 2007; 36:430-440.
8. Evans KC, Evans RG, Royal R, Esterman AJ, & Jame SL. Effect of caesarean section on breast milk transfer to
the normal term newborn over the first week of life. Archives of Disease in Childhood Fetal and Neonatal
Edition 2002; 88 : 380-382.
9. Lawrence RA, &Lawrence RM. Breastfeeding a guide for the medical profession 7th ed St. Louis: Mosby
Elsevier; 2011.
10. Pingwong K, & Kantaruksa K. Breast Massage for Promoting Milk Production and Milk Ejection. Nursing Journal
2017;44(4);169-176.
11. Foda M.I. &Oku T. Change in milk protein of lactation mothers following breast massage. International
Journal of Dairy Science 2008;3(2):86-92.
12. เปล่งฉวี สกนธรัตน์ และ ศศิธร ภักดีโชติ. เปรียบเทียบผลการใช้ลูกประคบสมุนไพรกับการใช้ผ้าชุบนํ้าอุ่นเพื่อกระตุ้นการ
หลั่งนํ้านมของมารดาหลังคลอดโรงพยาบาลสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2555 ;15(3):1-11.
13. Jones E, Spenecr SA. Optimising the provision of human milk for preterm infants. Archives of Disease in
Childhook- Fetal and Neonatal Edition 2007; 92(4): 236-238.
14. Murry SS, Mckinney ES, Foundations of maternal-newborn and woman’s health nusing 6th ed.St. Louis:
Mosby Elsevier:2014.
15. Kent JC, Prime DK, &Garbin CP. Principles for maintaining or increasing breast milk production. Journal of
Obstetric, Gynaecologic & Neonatal Nursing 2012; 41(1):114-121.
16. Walker M. Breastfeeding management for the clinician: Using the evidence 3rd ed. Burlington 2014.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ชื่อและที่อยู่อีเมลที่ป้อนในเว็บไซต์วารสารนี้จะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ของวารสารนี้เท่านั้น และจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือส่งข้อมูลให้กับกับบุคคลอื่นใด







