ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวต่ออัตรา การกลับมารักษาซํ้าของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลอุตรดิตถ์

ผู้แต่ง

  • Patcharaporn Phungthong หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
  • สิรินาถ มีเจริญ หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
  • จิราภา คำดำ หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
  • ชลธิชา แก้วทองมา หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์

คำสำคัญ:

CHF, Readmit, LVFF, NYHA classification

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เปรียบเทียบอัตราการกลับมารักษาซํ้า (readmit) ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวก่อนและหลังการใช้โปรแกรมการดูแลตนเอง
รูปแบบการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบ Efficacy Research ชนิด Intervention Before and after designs โดยทำการศึกษาในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวที่มารับการรักษาที่หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจหอผู้ป่วยหัตถการโรคหัวใจ และคลินิก Heart Failure โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 จนถึงเดือนกันยายน 2564 จำนวน 114 คน (กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการดูแลแบบเดิม) และเดือนตุลาคม 2564 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 114 คนเดิม (กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการดูแลแบบใหม่)
วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยกลุ่มอ้างอิงได้รับการดูแลรูปแบบเดิมคือ การแนะนำการปฏิบัติตัวในเรื่อง การรับประทานยา มาตรวจตามนัด รูปแบบใหม่ คือให้ดูวีดิทัศน์ ให้คู่มือการปฏิบัติตัว แบบบันทึกนํ้าหนัก แบบบันทึกนํ้าเข้า-ออก และโทรติดตามเยี่ยมเปรียบเทียบกลุ่มที่ศึกษาด้วย t-test, sign rank test และวิเคราะห์โอกาสเกิด readmit ด้วย multilevel risk difference regression
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวที่ได้รับโปรแกรมการดูแลแบบใหม่ ลดโอกาสกลับมารักษาซํ้าได้ร้อยละ 82.5 เมื่อเทียบกับก่อนได้รับโปรแกรมการดูแล โดยเชื่อมั่นร้อยละ 95 ว่าโอกาสที่ลดลงนี้อยู่ระหว่างลดลง ร้อยละ 89.4 ถึงลดลงร้อยละ 75.5 (p<0.001)
สรุป: ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวควรได้รับโปรแกรมการดูแลแบบครอบคลุมทุกราย เนื่องจากพบว่าช่วยอัตราการกลับมารักษาซํ้าได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
คำสำคัญ: ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว, อัตราการกลับมานอนโรงพยาบาลซํ้าด้วยโรคเดิมภายใน 28 วัน, ความสามารถในการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้าย, การแบ่งระดับอาการของผู้ป่วยโรคหัวใจ

เอกสารอ้างอิง

สุรพันธ์ สิทธิสุข. แนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดในประเทศไทย ฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์; 2557, 23-36.

วิทยา ศรีมาดา. 2550. ตำราอายุรศาสตร์ 4. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550, 202-18.

จิราภรณ์ มีชูสิน, อาภรณ์ ดีนาน, และศิริวัลย์ วัฒนสินธุ์. (2553). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ความรุนแรงของภาวะหัวใจวายของผู้ป่วยภาวะหัวใจวาย. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2553, 18(2),19-31.

วาสนา สุวรรณรัศมี, วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล, วิชชุดา เจริญกิจการ, และฉัตรกนก ทุมวิภาต.(2556). ประสบการณ์การมีอาการ การจัดการกับอาการ และภาวการณ์ทำหน้าที่ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, สำนักพิมพ์; 2556, 24(1),2-16.

Demir, M., & Unsar, S. (2011). Assessment of quality of life an activities of daily living in Turkish patients with heart failure. International Journal of Nursing Practice; 2011, 17(6),607-14.

Hole, T., Grundtvig, M., Gullestad, L., Flonaes, B., & Westheim, A. (2010). Improved quality of life in Norwegian heart failure patients after follow-up in outpatient heart failure clinics: Results from the Norwegian heart failure registry. European Journal of Heart Failure; 12(11),1247-52.

Luttik, M. L., Jaarsma, T., Moser, D., Sanderman, R., & Van Veldhuisen, D.J.(2005). The importance and impact of social support on outcomes in patients with heart failure: An overview of the literature. The journal of Cardiovascular nursing; 20(3),162-9.

Riegel B, et al. (2017). Self-care for the prevention and management of cardiovascular disease and stroke: a scientific statement for healthcare professionals from the American Heart Association. Journal American Heart Association; 6(9),86-96.

วนิดา หาจักร, และดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ. (2556). อิทธิพลของความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย ความแตกฉานด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556, 25(1),79-92.

Chung, M. L., Moser, D. K., Lennie, T. A., & Frazier, S. K. (2013). Perceived social support predicted quality of life in patients with heart failure, but the effect is mediated by depressive symptoms. Quality of Life Research; 22(7),1555-63.

Yancy, C. W., Jessup, M., Bozkurt, B., Butler, J., Casey, D. E. Jr., Drazner, M. H., Wilkoff, B. L. (2013). ACCF/AHA guideline for the management of heart failure: A report of the American college of Cardiology Foundation/American Heart Association Task Force on Practice Guidelines. Journal of American College of Cariology; 62(16),147-239

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
Phungthong P, มีเจริญ ส, คำดำ จ, แก้วทองมา ช. ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวต่ออัตรา การกลับมารักษาซํ้าของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลอุตรดิตถ์. HSCR [อินเทอร์เน็ต]. 30 ธันวาคม 2022 [อ้างถึง 3 มกราคม 2026];37(2):59-66. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/hscr/article/view/259645

ฉบับ

ประเภทบทความ

Original Articles (นิพนธ์ต้นฉบับ)
Bookmark and Share