ความรู้ การปฏิบัติตัว และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชนชายแดนไทย–เมียนมา : กรณีศึกษา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
DOI:
https://doi.org/10.1016/hscr.v39i2.269456คำสำคัญ:
ความรู้, การปฏิบัติตัว, การมีส่วนร่วม, การเฝ้าระวัง ป้องกันโรคโควิด 19, ชุมชนชายแดนบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับความรู้ การปฏิบัติตัว และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระหว่างชุมชนชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
วิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางในกลุ่มตัวอย่าง 400 คน คือ ตัวแทนครัวเรือนที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและอาศัยอยู่ในชุมชนชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จำนวน 200 คน และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จำนวน 200 คน ใช้วิธีคัดเลือกตามพื้นที่โดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วนประชากร คัดเลือกจากตำบลที่ตั้งติดชายแดนไทย-เมียนมา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความรู้ การปฏิบัติตัว และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชนชายแดนไทย–เมียนมา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาในการบรรยายลักษณะของประชากรศาสตร์ สถิติไควสแควร์ การทดสอบของฟิชเชอร์ และสถิติ independent t-test ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่าง 2 พื้นที่
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 พื้นที่ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระดับมาก การปฏิบัติตัวระดับปานกลาง และเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชนมาก เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 2 พื้นที่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชนแตกต่างกัน (p=0.018) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้ลักษณะทางประชากรศาสตร์ ได้แก่ เชื้อชาติ (p<.001) อาชีพ (p=.007) รายได้ (p<.001) สิทธิการรักษาพยาบาล (p<.001) ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชน (p=.005) และบทบาทในชุมชน (p<.001) ของกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 พื้นที่ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป: แม้ว่าการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชนแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 พื้นที่ส่วนใหญ่มีคะแนนความรู้ การปฏิบัติตัวในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้การมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคในชุมชนเกิดความยั่งยืนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินงานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างชุมชน เจ้าหน้าที่ และเทคโนโลยี เพื่อเสริมพลังชุมชน พัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งที่มีความพร้อมในการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้ในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. รายงานความคืบหน้าประจำสัปดาห์ในประเทศไทย โดยองค์การอนามัยโลก ฉบับที่ 221;2022.
ทวิติยา สุจริตรักษ์. ประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับไวรัส SARSCoV-2: ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 [Internet]. 2564 [cited2024 Dec 16]. Available from: https://pidst.or.th/A966.html
ปิยะนันท์ เรือนคำ, สุคนธา คงศีล, สุขุม เจียมตน, ยุวนุช สัตยสมบูรณ์, เพ็ญพักตร์ อุทิศ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประชากรผู้ใหญ่: กรณีศึกษาเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(2):s247-s59.
Castelli F, Sulis G. Migration and infectious diseases. Clin Microbiol Infect. 2017;23(5):283-9.
Institute of Medicine (US) Forum on Microbial Threats; Knobler S, Lemon S, et al., editors. The impact of globalization on infectious disease emergence and control: exploring the consequences and opportunities: workshop summary [Internet]. Washington (DC): National Academies Press (US); 2006 [cited 2024 Dec 16]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK56593/
Morita S, Nakagawa K. Evaluating the impact of human flow on the spread of infectious diseases. J Theor Biol. 2023;558:111367.
Morse SS. Factors in the emergence of infectious diseases. Emerg Infect Dis. 1995;1(1):7-15.
GISTDA. “เร็วคือรอด” [Internet]. 2020 [updated 2020 Sep 15; cited 2024 Dec 16]. Available from: https:// www.gistda.or.th/news_view.php?n_id=2294&lang=EN
ไทยรัฐออนไลน์. เลาะรั้วชายแดนสกัด “โควิด” ปรับแผนสู้ หวั่นระบาดรอบ 2 ไทยเจ๊ง! [Internet]. 2563 [updated 2020 Dec 10; cited 2024 Dec 16]. Available from: https://www.thairath.co.th/news/local/1991833
ละเอียด ศิลาน้อย. การใช้สูตรทางสถิติ (ที่ถูกต้อง) ในการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพื่อการวิจัยเชิงปริมาณในทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. 2560;12(2):50-61.
ธารทิพย์ ธรรมสอน, สมเกียรติ ชัยพิบูลย์. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองการค้าชายแดนแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. สักทองสารสารการวิจัย. 2553;16(1):30-43.
ปรีชา อุปโยคิน, พลวัฒ ประพัฒน์ทอง, ภัทรา ชลดำรงค์กุล. ความหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. วารสารสังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2560;47(1):81-105.
แพรพรรณ ภูริบัญชา, เชิดพงษ์ มงคลสินธุ์, ปวีณาจังภูเขียว. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal)ของสถานประกอบการ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(1).
ระนอง เกตุดาว, อัมพร เที่ยงตรงดี, ภาสินี โทอินทร์. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดอุดรธานี - Udon Model COVID-19. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2564;30(1):53-61.
Tjahjadi B, Soewarno N, Adibah Wan IsmailW, Kustiningsih N, Nasihatun Nafidah L. Community
behavioral change and management of COVID-19 pandemic:evidence from Indonesia. J King Saud Univ Sci.2023;35(2):102451.
ปองขวัญ สร่างทุกข์, เจนนภนต์ ภาคภูมิ, พิภพมณีจำนงค์, อิทธิโชตน์ โชติกุณฑ์พันธุ์. โครงการสำรวจการปรับตัวของชุมชนวิถีใหม่ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดน่าน. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.2565;16(3):97-110.
ทนงศักดิ์ แสงสว่างวัฒนะ, ณิชนันทน์ ศิริไสยาสน์, โชติบดีรัฐ. “New Normal” วิถีชีวิตใหม่และการปรับตัวของคนไทยหลังโควิด-19: การงาน การเรียน และธุรกิจ. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น. 2563;4(3):371-86.
ดรุณี โพธิ์ศรี, เอกลักษณ์ เอี่ยมประดิษฐ์, เอกพล เสมาชัย.การเฝ้าระวัง และควบคุมโรคโควิด-19: การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จังหวัดนครปฐม. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2566;32(1):49-60.
วลีรัตน อภัยบัณฑิตกุล. การพัฒนาระบบและกลไกการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ในเครือข่ายสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2565;3(2):55-71.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิจัยทางการแพทย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ชื่อและที่อยู่อีเมลที่ป้อนในเว็บไซต์วารสารนี้จะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ของวารสารนี้เท่านั้น และจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือส่งข้อมูลให้กับกับบุคคลอื่นใด