ผลของการใช้โปรแกรมการบริการพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังร่วมกับการพยาบาลทางไกล คลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลลำปาง
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยสูงอายุ, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, การพยาบาลทางไกล, Line OA, โปรแกรมการบริการพยาบาลบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมการบริการพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังร่วมกับการพยาบาลทางไกล คลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลลำปาง เป็นการศึกษากึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวเปรียบเทียบก่อน-หลัง (One Group Pre-Post Test Design) ในผู้ป่วยสูงอายุ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จำนวน 35 ราย ที่คลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลลำปาง ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ โปรแกรมการบริการพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังร่วมกับการพยาบาลทางไกล แบบประเมินความรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและการปฏิบัติตัว แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Paired t-test และ Fisher exact test ผลการศึกษา: หลังการใช้โปรแกรม ผู้ป่วยมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและการปฏิบัติตัวเพิ่มขึ้นจาก 7.37±0.60 เป็น 9.83±0.57 และคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 76.3±5.44 เป็น 98.43±1.52 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ อาการหายใจลำบาก ระดับความรุนแรงของอาการหายใจลำบาก และผลกระทบต่อสุขภาวะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโปรแกรมการบริการพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังร่วมกับการพยาบาลทางไกล ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้น ผู้ป่วยมีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมากที่สุดที่ 4.64 คะแนน ควรนำไปใช้ในการดูแลระยะยาวต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Global strategy for the diagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease: 2023 report. Fontana: GOLD; 2023.
World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) [Internet]. Geneva: WHO; 2023 [cited 2024 Jan 15]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd)
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุขประจำปี 2563. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย;2564.
วัชรา บุญสวัสดิ์, สมชาย ใจดี, นิรมล สุขสม. คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารการแพทย์ภาคเหนือ. 2564;35(3):178-92.
งานสารสนเทศ โรงพยาบาลลำปาง. รายงานสถิติผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ประจำปี 2567. ลำปาง: โรงพยาบาลลำปาง; 2567.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง. ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) ระดับจังหวัด [อินเทอร์เน็ต]. ลำปาง: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ก.ย. 22]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/lpg/public/main
ศิริพร สิงหเนตร, มานิตา กิจวิทยา, สุรีย์ พันธุ์ดี. การวิเคราะห์สาเหตุการกำเริบซ้ำในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารโรงพยาบาลลำปาง. 2564;15(2):67-81.
Creer TL. Self-management of chronic illness. In: Boekaerts M, Pintrich PR, Zeidner M, editors. Handbook of self-regulation. Cambridge: Academic Press; 2000. p. 601-29.
ธาดา วินทะไชย, นรลักษณ์ เอื้อกิจ. โปรแกรมการจัดการตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2564;39(4):76-89.
จิณห์สุตา ทัดสวน, ดวงรัตน์ วัฒนไกลเลิศ, ศรินรัตน์ ศรีประสงค์. ผลของโปรแกรมการจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังผ่านสมาร์ทโฟนแอปพลิเคชัน. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2564;39(2):88-102.
พรทิพย์ มาลาธรรม. การใช้แอปพลิเคชัน LINE ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์. 2564;17(2):45-58.
จันทร์ฉาย โยธาใหญ่, สุดาพร สังข์ทอง, เอื้อมพร วิชชุลดา. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทย. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข. 2565;45(3):125-40.
พีราวรรณ เก่งสงวนสิทธิ์, ชิดใจ จินตธรรม. ผลของการใช้รูปแบบการบริการพยาบาลโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังร่วมกับการพยาบาลทางไกล โรงพยาบาลจุน จังหวัดพะเยา [อินเทอร์เน็ต]. พะเยา: โรงพยาบาลจุน; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ก.ย. 22]. เข้าถึงได้จาก: http://203.209.96.243/phealth/web/images/.pdf
Celli BR, Wedzicha JA. Update on clinical aspects of chronic obstructive pulmonary disease. N Engl J Med. 2019;381(13):1257-66.
สมพร ใจดี, อัญชลี สุขเจริญ, นิติมา ธีระกุล. โรคร่วมในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: การศึกษาพรรณนาในประเทศไทย. วารสารวิทยาศาสตร์การแพทย์. 2566;40(2):156-63.
Effing T, Monninkhof EM, van der Valk PD, van der Palen J, van Herwaarden CL, Partidge MR, et al. Self-management education for patients with chronic obstructive pulmonary disease. Cochrane Database Syst Rev. 2007;(4):CD002990.
วีรยุทธ สุวรรณโชติ, ปราณี เชื้อคง, มนัสวี อินทรฤทธิ์. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารพยาบาลรามาธิบดี. 2566;29(2):45-58.
McLean S, Nurmatov U, Liu JL, Pagliari C, Car J, Sheikh A. Telehealthcare for chronic obstructive pulmonary disease. Cochrane Database Syst Rev. 2011;(7):CD007718.
Bourbeau J, Julien M, Maltais F, Rouleau M, Beaupré A, Bégin R, et al. Reduction of hospital utilization in patients with chronic obstructive pulmonary disease: a disease-specific self-management intervention. Arch Intern Med. 2003;163(5):585-91.
Lenferink A, Brusse-Keizer M, van der Valk PD, Frith PA, Zwerink M, Monninkhof EM, et al. Self-management interventions including action plans for exacerbations versus usual care in patients with chronic obstructive pulmonary disease. Cochrane Database Syst Rev. 2017;8(8):CD011682.
Duangklad K, Lapvongwatana P, Chansatitporn N. Improvement of self-management program in uncontrolled type II diabetes patients. J Health Nurs Res. 2020;36(1):66-83.
Karolina P, Slawomir C. Patient satisfaction with telemedicine during the COVID-19 pandemic—a systematic review [อินเทอร์เน็ต]. [สถานที่ไม่ทราบ]: [สำนักพิมพ์ไม่ทราบ]; [ปีไม่ทราบ] [เข้าถึงเมื่อ 2567 ก.ย. 22]. เข้าถึงได้จาก: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9140408/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว