การประเมินผลรูปแบบการคัดกรองและการเข้าถึงการรักษาภาวะสายตาผิดปกติในเด็กประถมศึกษา จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
การประเมินผล, คลินิกตาเคลื่อนที่, ภาวะสายตาผิดปกติ, โมเดลเชิงตรรกะ, เด็กวัยเรียนบทคัดย่อ
ภาวะสายตาผิดปกติในเด็กวัยเรียนเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก องค์การอนามัยโลกระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี กว่า 19 ล้านคนมีความผิดปกติทางการมองเห็น ซึ่งส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยแว่นตาหากคัดกรองและรักษาทันท่วงที ระบบคัดกรองเดิมแบบรวมศูนย์ในจังหวัดขอนแก่นมีความครอบคลุมเฉลี่ยเพียงร้อยละ 48.5 และมีอัตราการหลุดออกจากระบบบริการ สูงถึงร้อยละ 91.9 กล่าวคือ เด็กที่พบความผิดปกติ 100 คน ได้รับแว่นจริงเพียง 8 คน จากอุปสรรคด้านการเดินทาง การส่งต่อ และบุคลากร วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลรูปแบบคลินิกตาเคลื่อนที่ สำหรับการคัดกรองและเข้าถึงการรักษาภาวะสายตาผิดปกติในเด็กประถมศึกษา จังหวัดขอนแก่น วิธีการ การวิจัยประเมินผลแบบผสมผสานใช้กรอบโมเดลเชิงตรรกะ ดำเนินการใน 4 อำเภอนำร่อง ครอบคลุมนักเรียนประถมศึกษา 14,965 คน ใน 279 โรงเรียน ระหว่างมีนาคม-พฤษภาคม 2568 เครื่องมือ ได้แก่ แบบบันทึกการตรวจสายตา แบบสอบถามความพึงพอใจ (Cronbach's α = 0.91) และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐาน ความครอบคลุมการคัดกรองเพิ่มเป็นร้อยละ 100 อัตราการหลุดออกจากระบบลดลงจากร้อยละ 91.9 เหลือร้อยละ 12.9 จำนวนเด็กที่ได้รับแว่นเพิ่มจาก 32.8 คนต่อปี เป็น 2,434 คนใน 3 เดือน (74 เท่า) การตรวจวัดสายตาด้วยยาหยอดยาเพื่อคลายกล้ามเนื้อตา พบสายตาเอียงมากที่สุด ร้อยละ 85.33 รองลงมาคือ ภาวะสายตายาวแต่กำเนิด ร้อยละ 71.28 และ ภาวะสายตาสั้น ร้อยละ 8.50 ความพึงพอใจระดับมาก (4.09-4.36) และแก้ไขปัญหาพื้นฐาน (Pain Points) ได้ครบถ้วน สรุปผล รูปแบบนี้เพิ่มการเข้าถึงบริการและลดการหลุดออกจากระบบได้ชัดเจน มีศักยภาพขยายผลสู่ระดับเขตสุขภาพและระดับชาติ จึงควรบรรจุไว้ในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. World report on vision. Geneva: WHO; 2019.
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานสถานการณ์การดูแลสายตาในระบบสาธารณสุขไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ; 2564.
Holden BA, Fricke TR, Wilson DA, Jong M, Naidoo KS, Sankaridurg P, et al. Global prevalence of myopia and high myopia and temporal trends from 2000 through 2050. Ophthalmology. 2016;123(5):1036-42.
World Health Organization. Primary eye care: increasing access and utilization of eye care services. Geneva: WHO; 2022.
Sharma A, Congdon N, Patel M, Gilbert C. School-based approaches to the correction of refractive error in children. Surv Ophthalmol. 2012;57(3):272-83.
Penchansky R, Thomas JW. The concept of access: definition and relationship to consumer satisfaction. Med Care. 1981;19(2):127-40.
Congdon N, Zheng M, Sharma A, Choi K, Song Y, Zhang M, et al. Prevalence and determinants of spectacle nonwear among rural Chinese secondary schoolchildren: the Xichang Pediatric Refractive Error Study Report 3. Arch Ophthalmol. 2008;126(12):1717-23.
Ma X, Zhou Z, Yi H, Pang X, Shi Y, Chen Q, et al. Effect of providing free glasses on children's educational outcomes in China: cluster randomized controlled trial. BMJ. 2014;349:g5740.
กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการตรวจคัดกรองระดับการเห็นในเด็กในระดับชั้นอนุบาล และชั้นประถมศึกษา: โครงการพัฒนาระบบการคัดกรองภาวะสายตาผิดปกติ และประกอบแว่นสายตาสำหรับเด็กวัยก่อนประถมศึกษาและประถมศึกษาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ; 2557.
McLaughlin JA, Jordan GB. Logic models: a tool for telling your program's performance story. Eval Program Plan. 2004;22(1):65-72.
Riegelman RK. Studying a Study and Testing a Test: Reading Evidence-based Health Research. 6th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2013.
Paudel P, Ramson P, Naduvilath T, Wilson D, Ho SM, Giap NV, et al. Prevalence of vision impairment and refractive error in school children in Ba Ria-Vung Tau province, Vietnam. Clin Exp Ophthalmol. 2014;42(3):217-26.
กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย; 2566.
W.K. Kellogg Foundation. Logic model development guide. Battle Creek, MI: W.K. Kellogg Foundation; 2004.
Morgan IG, Iribarren R, Fotouhi A, Grzybowski A. Cycloplegic refraction is the gold standard for epidemiological studies. Acta Ophthalmol. 2015;93(7):457-8.
Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
Gilbert C, Muhit M, Jadoon Z. School eye health in developing countries: impact evaluation of the School Eye Health project in Cambodia 2001-2008. London: International Centre for Eye Health; 2018.
Zhao J, Pan X, Sui R, Munoz SR, Sperduto RD, Ellwein LB. Refractive error study in children: results from Shunyi District, China. Am J Ophthalmol. 2000;129(4):427-35.
Whitehead M. The concepts and principles of equity and health. Int J Health Serv. 1992;22(3):429-45.
Shediac-Rizkallah MC, Bone LR. Planning for the sustainability of community-based health programs: conceptual frameworks and future directions for research, practice and policy. Health Educ Res. 1998;13(1):87-108.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว