Development of Practice Guidelines for a Diabetes Care Network to Achieve Remission at Khao Suan Kwang Hospital, Khon Kaen Province
Keywords:
Diabetic Remission Patient, Practice Guidelines, NetworksAbstract
This study aimed to develop best practices for diabetes care networks and to evaluate the effectiveness of diabetes control programs in achieving remission at Khao Suan Kwang Hospital, Khon Kaen Province. This action research conducted between March and June 2026, the sample group consisted of 86 networks and 34 diabetic patients. Data were collected using a questionnaire with an overall reliability Cronbach's alpha = 0.84 and the program to induce diabetes remission comprises nine activities. Data was analyzed using descriptive statistics and paired t-test. The findings show that the diabetes remission program comprised teaching and training activities delivered by a network of mentors, encompassing nine key components: 1) basic care principles, 2) goal setting, 3) motivation, 4) dietary modification, 5) emotional support, 6) blood glucose control, 7) infection management, 8) cholesterol reduction, and 9) patient follow-up. Following the development of the network, the overall operational practice increased significantly (p < 0.001). The findings revealed a statistically significant increase in the number of diabetic patients achieving health status in remission (p < 0.05), with marked improvements in waist circumference, blood pressure, HbA1c levels, and DTX. Regarding behavioral outcomes, overall mean score for preventive behaviors against diabetic complications increased significantly (p = 0.003). Overall mean score for diabetes remission control behaviors statistically significant improvement (p = 0.002), and capability to perform overall activities of daily living (ADL) increased significantly (p < 0.001). This diabetes management program should be implemented continuously to support sustainable behavioral changes and promote diabetes remission.
References
WHO. Media centre. Fact sheets. Diabetes 2024. [Cited 2025, June 20]. Available from: http://www. who.int.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas 10th edition. Journal of Experimental Biology 2021;64(3):1-10.
กระทรวงสาธารณสุข. ปฏิบัติการฝ่าวิกฤตพิชิตอ้วนพิชิตพุง. กรุงเทพมหานคร: สุขุมวิทมิเดียมาเก็ตติ้ง; 2567.
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย; 2565.
กาญจนา ปัญญาเพ็ช, นิภา มหารัชพงศ์, ยุวดี รอดจากภัย. ผลของรูปแบบการดูแลตนเอง ตามแนวคิดการดูแลสุขภาพตนเองและการกํากับตนเอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ 2565;8(2):105-18.
กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูล Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566-2568. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 8 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report
อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติในงานวิจัย เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์; 2557.
Kemmis S & McTaggart R. The Action Research Planner. 3rd ed. Geelong, Victoria, Australia: Deakin University Press; 1988.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. แนวทางการดำเนินงานการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 8 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads
เพ็ญภักดิ์ สุขสิงห์, นาฏยา บุญญะโกศล, สิริิยากรณ์ พลบุุตร. การพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมการดููแลตนเองของผู้สูงอายุุที่ป่วย ตำบลหนองชิ่ม อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี 2567;22(1):9-20.
จำเนียร สุวรรณชาติ, กนก พานทอง, ยุทธนา จันทะขิน. การพัฒนาเครื่องมือวัดพฤติกรรมการยั้งคิดต่อการบริโภคอาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2564;30(3):491-500.
จันทร์ทิรา เจียรณัย, ศรัญญา จุฬารี,วาริธร ประวัติวงศ์. การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานด้วยระบบเตือนผู้ป่วยอัตโนมัติทางโทรศัพท์ แบบ 2 ทาง. [รายงานการวิจัย] โครงการอุดหนุนทุนการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี; 2563.
กัญจน์มิตา ธัญวัฒน์ธีรากุล. การพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนรู้ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงเรียนเบาหวานวิทยา : กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิคมสร้างตนเอง 2. วารสารวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 2566;3(2):130-51.
วิรุฬห์ พรพัฒน์กุล, สุริธีรเวช นพรัตน์ชนม์, ภูดิท เตชาติวัฒน์. กลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อควบคุมโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ.วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2567;47(4):11-25.
กฤษดา โม้เวียง. การพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน กรณีศึกษาตำบลสีชมพู อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน 2567;9(5):307-15.
เพชรสุดา ครองยุติ, เนาวรัตน์ ค้าข้าว, ติวราณี สายสุด, อภิญญา เจริญนนท์. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการมีส่วนร่วมในชุมชน ด้วยกลไก 3 หมอ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร. ยโสธร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 5 พฤษภาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://yasothon.moph.go.th/academicwork
กฤตกร หมั่นสระเกษ, ทัศนีย์ รวิวรกุล, สุนีย์ ละกำปั่น. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนีนครราชีมา 2562;25(2):87-103.
ชณัฏฐา เรืองสุทธิภาพ. ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ อำเภอพิบูลมังสาหาร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ 2567;9(2):323-30.
พิชิต สุขสบาย. ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 2567;38(1):27-43.
Subramanian K, Midha I, Chellapilla V. Overcoming the Challenges in Implementing Type 2 Diabetes Mellitus Prevention Programs Can Decrease the Burden on Healthcare Costs in the United States. Hindawi Journal of Diabetes Research 2017;1(1):1-6.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 Khonkaen Public Health Provincial Office

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว