การพัฒนาแนวทางการดูแลตนเองเพื่อลดการปวดข้อเข่าของผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
คำสำคัญ:
การดูแลตนเอง, การลดปวดข้อเข่า, ข้อเข่าเสื่อม, ผู้สูงอายุ, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการดูแลตนเองเพื่อลดการปวดข้อเข่าของผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ผู้เข้าร่วมวิจัย ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม 50 คน คัดเลือก โดยการสุ่มแบบเจาะจง พร้อมทั้งผู้ดูแลหรือสมาชิกในครอบครัว 50 คน อาสาสมัครสาธารณสุข 20 คน ผู้นำชุมชน 2 คน และพยาบาลวิชาชีพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกลิ้งคำ 2 คน การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 2 วงรอบ ได้แก่ 1) การศึกษาสถานการณ์สู่การวางแผน 2) การระบุปัญหาและวางแผน 3) การปฏิบัติร่วมกับชุมชนและการสังเกต 4) การสะท้อนคิดประเมินผลและปรับปรุงแผนเครื่องมือดำเนินการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปและสถานการณ์โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ 2) แบบการสนทนากลุ่ม แนวทางประชุมระดมสมองสะท้อนคิด และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า แนวทางการพัฒนาการดูแลตนเองฯ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุนชน ได้แก่ 1) การศึกษาค้นคว้าและเลือกสื่อความรู้ที่หลากหลายร่วมกับชุมชน 2) การจัดอบรมความรู้ให้กับทีมสุขภาพกลุ่มตัวอย่างและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3) การส่งเสริมการใช้สมุนไพรคลายปวดในชุมชนอย่างปลอดภัย และ 4) ติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมสุขภาพชุมชน ส่งผลการดูแลตนเองเพื่อลดความปวดข้อเข่าได้ดีขึ้นทุกคน ผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในพบว่าอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.12, S.D. = 0.68) ดังนั้นบุคลากรทางสุขภาพสามารถนำกระบวนการนี้ไปเป็นแนวทางการส่งเสริมการดูแลตนเองเพื่อลดการปวดข้อเข่าร่วมกับทีมสุขภาพชุมชนได้
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2562). การพัฒนาบริการ การดูแลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2568 จาก https://dhes.moph.go.th/wp-content/uploads/2019/11/4.1.35.1A1.pdf.
กรมอนามัย. (2561). คู่มือการดำเนินงานคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะหกล้มและโรคข้อเข่าเสื่อมผู้สูงอายุ อำเภอเมืองแพร่ โรงพยาบาลแพร่. กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2568 จาก https://phos.moph.go.th/ph11/files_doc/1900.pdf.
ขวัญสุวีย์ อภิจันทรเมธากุล, สุวรรณี สร้อยสงค์ และบุศริน เอี่ยวสีหยก. (2561). การพยาบาลผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 29(1), 223-236.
ชุตินันท์ ขันทะยศ และกนกพร ปัญญาดี. (2560). ผลของถุงยาสมุนไพรประคบข้อเข่าในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารสุขภาพภาคประชาชน, 12(4), 43-49.
ภโวทัย พาสนาโสภณ. (2559). สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 27(1), 121-131.
บัญญัติ อรรคศรีวร. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านอำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 2(2), 55-67.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
รวินันท์ นุชศิลป์ และสีแพร จงธรรม์. (2565). ผลของโปรแกรมดูแลผู้สูงอายุข้อเข่าเสื่อมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ด้วยการนวดแผนไทย ร่วมกับการพอกสมุนไพรและการดูแลตนเอง ต่อระดับความรุนแรงข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขตอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารพยาบาลและสุขภาพ, 45(2), 93-110.
ยลดา ศรีเศรษฐ์, กนกวรรณ จารุกาจ และวรัญญา จตุพรรประเสริฐ. (2560). ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเถาเอ็นอ่อน. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 13(1), 1-10.
สถาบันการแพทย์แผนไทย. (2555). เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไพลสู่เชิงพาณิชย์. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2568 จาก http://ittm.dtam.moph.go.th/data_articles/t10.htm.
อุดมพร กาฬภักดี, ขวัญใจ อำนาจซื่อ, พัชราพร เกิดมงคล และทัศนีย์ รวิวรกุล. (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมจังหวัดอ่างทอง. วารสารสุขศึกษา, 43(1), 100-112.
Ali, S. A., Kokorelias, K. M., MacDermid, J. C., & Kloseck, M. (2018). Education and social support as key factors in osteoarthritis management programs: A scoping review. Arthritis, 2018, Article ID 2496190. https://doi.org/10.1155/2018/2496190
Durrance-Bagale, A. et al. (2022). Community engagement in health systems interventions and research in conflict-affected countries: A scoping review of approaches. Global Health Action, 15(1), 2074131. https://doi.org/10.1080/16549716.2022.2074131
Jang, S., Lee, K., & Ju, J. H. (2021). Recent Updates of Diagnosis, Pathophysiology, and Treatment on Osteoarthritis of the Knee. International Journal of Molecular Sciences, 22(5), 2619. https://doi.org/10.3390/ijms22052619
Kemmis, S. & McTaggaet, R. (2007). Participatory action research. In N.K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), Strategies of Qualitative Inquiry. (3rd ed). Thousand Oaks, CA: Sage.
Koonrungsesomboon, N., et al. (2020). Clinical efficacy and safety of Thai Herbal Formulation-6 in the treatment of symptomatic osteoarthritis of the knee: A randomized-controlled trial. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2020, 8817374. https://doi.org/10.1155/2020/8817374
Behnammoghadam, M., Mohammadi, H. R., Afrasiabifar, A., Dehbanizadeh, A., Talebianpour, E., & Najafi Doulatabad, S. (2024). Investigating the Effect of an Orem-Based Self-Care Educative Supportive Nursing System on the Quality of Life of Patients with Knee Osteoarthritis. Journal of Iranian Medical Council, 7(3), 511-517. https://doi.org/10.18502/jimc.v7i3.15728
Orem, D. E. (1995). Nursing concepts of practice. (5rd ed.). St. Louis: Mosby.
Han, H., Ro, D. H., Han, H.-S., & Won, S. (2025). Overall compilation of adverse effects of non-steroidal anti-inflammatory drugs: A hypothesis-free systematic investigation using a nationwide cohort study. Frontiers in Pharmacology, 16, 1539328. https://doi.org/10.3389/fphar.2025.1539328
Pa-in, P., Wonghongkul, T., Panuthai, S., Khampolsiri, T., & Chintanawat, R. (2023). Causal model of health literacy in Thai older adults with knee osteoarthritis. Pacific Rim International Journal of Nursing Research, 27(2), 303-316. https://doi.org/10.60099/prijnr.2023.262040
ผานิต คำหารพล. (2562). ความรู้เกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม by RTU [Video file]. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2568 จาก https://www.youtube.com/watch?v=MVobthkm_j0
Stringer, E. T. (2014). Action Research: A Handbook for Practitioners (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.
Tai, F. W. D., & McAlindon, M. E. (2021). Non-steroidal anti-inflammatory drugs and the gastrointestinal tract. Clinical Medicine, 21(2), 131-134. https://doi.org/10.7861/clinmed.2021-0039
Talebianpoor, E., Mohammadi, H. R., Dehbanizadeh, A., Afrasiabifar, A., & Najafi Doulatabad, S. (2024). Investigating the effect of an Orem-based self-care educative supportive nursing system on the joint function of patients with knee osteoarthritis. Journal of Education and Health Promotion, 13, 223. https://doi.org/10.4103/jehp.jehp_52_23
Sharma, L. (2021). Osteoarthritis of the Knee. New England Journal of Medicine, 384(1), 51-59. https://doi.org/10.1056/NEJMcp1903768
Wang, X., et al. (2020). Occupational risk in knee osteoarthritis: A systematic review and meta-analysis of observational studies. Arthritis Care & Research, 72(9), 1213-1223. https://doi.org/10.1002/acr.24333
Woodland, N., Parkinson, R., Jenkins, C., & Jackson, M. (2023). Patient-reported outcomes following total knee replacement. Cureus, 15(1), e34000. Retrieved October 15, 2025 from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9966398/.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


