Development of an Educational Media via LINE Official Account on Pressure Ulcers for Caregivers of Bedridden Patients
Keywords:
Pressure Ulcers, Education Media, LINE Official Account, Bedridden Patient CaregiversAbstract
This research and development study aimed to: 1) examine the situation, problems, and needs for educational media among caregivers of bedridden patients; 2) develop educational media on pressure ulcers through a LINE Official Account (LINE OA); 3) compare caregivers’ knowledge before and after using the media; and 4) evaluate their satisfaction with the media. The sample consisted of eight participants in a focus group discussion and 56 caregivers of bedridden patients. The research instruments included a focus group interview guide, educational media delivered via LINE OA, a knowledge test, and a satisfaction questionnaire. Quantitative data were analyzed using descriptive statistics and Paired-Sample t-test, while qualitative data were analyzed using content analysis.
The results revealed that the educational media on pressure ulcers delivered through LINE OA consisted of five electronic poster topics—Pressure Ulcers: Essential Information, Common Bony Prominence Sites, Appropriate Nutrition for Bedridden Patients, Prohibited Foods, and Pressure Ulcer Prevention—along with six video clips covering the definition of pressure ulcers, risk factors, prevention measures, wound cleaning materials and methods, care for each stage of pressure ulcers, and foods that promote wound healing. The comparison of knowledge scores showed that caregivers had significantly higher knowledge after using the media than before, at the 0.05 level. Caregivers also reported a very high level of satisfaction with the media, particularly regarding practical applicability and content quality, which were rated at high levels. Overall, the results indicate that educational media delivered through LINE OA is an appropriate approach for supporting caregivers of bedridden patients, as it is easily accessible, convenient to use, and effective in enhancing knowledge on pressure ulcer prevention.
References
กมลวรรณ คงแก้ว และนุธิดา จันดา. (2565). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันแมลงก้นกระดกสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และนักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก จังหวัดนนทบุรี. ปริญญานิพนธ์ สาขาวิชาเวช วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก สถาบันพระบรมราชชนก.
กิติยาพร สังฆศรีสมบัติ, ชรินทร์พร มะชะรา, มนัสนันท์ พรมศรี และนิรันดร ผานิจ. (2565). การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้และให้คำปรึกษาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ สำหรับมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 16(2), 623-641.
ญาดา สมร่าง, บงกช จำเจริญ และพัชรีภรณ์ พิทักษ์. (2564). การพัฒนา Line Official Account เรื่องการดูแลสุขภาพองค์รวมโรคโควิด-19 สำหรับผู้ปกครองนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก จังหวัดนนทบุรี. โครงงานพัฒนานวัตกรรมด้านเวชระเบียนและสุขภาพ. วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขกาญจนาภิเษก สถาบันพระบรมราชชนก.
ธนธัช คงสมบูรณ์. (2565). ระบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ. นวัตกรรมเพื่อสังคม. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2567 จาก https://social.nia.or.th.
นฤมล จันทร์สุข, นันตพร ทองเต็ม และอัศวเดช สละอวยพร. (2567). ผลของการใช้สื่อสุขภาพรูปแบบแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 17(3), 240-252.
นิรัชพร สมฤษคูณ. (2566). การพัฒนาสื่อโมชันกราฟิกเพื่อป้องกันโรคผิวหนังสำหรับสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
พรรณี อุ่นเอม. (2567). ข้อมูลทั่วไปสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี คลองมะสง. นนทบุรี: สำนักงาน.
พระพงศ์พัสกร ธมฺมปารคู, พระมหาประกาศิต สิริเมโธ และอุบล วุฒิพรโสภณ. (2564). การพัฒนาศักยภาพผู้บริบาลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 22(2), 34-42.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและการพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2565). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2564. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2567 จาก https://www.dop.go.th/download/statistics/th1663828576-1747_0.pdf.
ไลน์ คอร์เปอร์เรชั่น. (2567). ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคาท์. สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2567 จาก https://lineforbusiness.com/th/service/line-oa-features.
วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (2562). การหาขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการวิจัย: มายาคติในการใช้สูตรของทาโร่ยามาเน และเครจซี-มอร์แกน. วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 6(1), 28-58.
วาสนา กลิ่นชื่น และนพเก้า ชนะภัย. (2561). การดูแลแผลกดทับเบื้องต้น. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2567 จากhttps://www.dop.go.th/download/knowledge/th1614841298-562_0.pdf.
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี คลองมะสง. (2567). ข้อมูลบุคลากรด้านสุขภาพของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี คลองมะสง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี. นนทบุรี: สำนักงาน.
สุขฤทัย ช้างเพชร. (2565). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์เสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ เรื่อง อัลกอริทึมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 16(5), 69-82.
สุมนกาญจน์ ลาภกิตติเจริญชัย. (2563). ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาผ่านไลน์แอพพลิเคชั่นที่มีต่อความเครียด และความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง. วารสารกรมการแพทย์, 45(3), 42-50.
อาเร็ง รอแม, จามจุรี จุลพูล และอรอนงค์ อิสระนรากุล. (2564) การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้เรื่อง พลังงานทดแทน ในจังหวัดนราธิวาสสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(1), 263-272.
Aldoobie, N. (2015). ADDIE Model. American International Journal of Contemporary Research, 5(6), 68-72.
Lee, X. Y., Jiang, J., & Tan, L. F. (2025). Care of the bedridden patient. Singapore Medical Journal, 66(4), 215-220. https://doi.org/10.4103/singaporemedj.SMJ-2022-123
World Health Organization. (2000). Home-Based Long-Term Care. Geneva: WHO.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Journal of Nursing and Public Health Research

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข


