The Effectiveness of a Breast Self-Examination Behavior Enhancement Program for Women Breast Cancer Screening, Nakhon Ratchasima Province.
Keywords:
ฺBreast Self-Examination, Breast Cancer Screening, Health belief modelAbstract
This research is Quasi-experimental Research. The objective of this study was to study the effectiveness of a breast self-examination behavior enhancement program for women breast cancer screening. Nakhon Ratchasima Province. Through the application of the Health Belief Model combined with Social support theory. The sample groups used in this research study are women of Thai nationality that living in Nakhon Ratchasima, aged 30-70 years 200 people. Conducted a study from a sample group of 8 districts by measuring before and after the experiment. Using the Purposive sampling method, The duration of the study was 12 weeks. The tools for collecting data are the Breast Cancer Knowledge Questionnaire and Breast Cancer Self-examination record form. The data were analyzed using descriptive statistics, distribution, frequency, percentage, mean, standard deviation. Usage of comparative analysis statistics using t-test for dependent statistics.
The results found that after the experiment in a breast self-examination behavior enhancement program. Samples have knowledge and awareness of the risk of developing breast cancer points is high level at 83.3 percent, the perceived severity when developing breast cancer is a high level at 73.3 percent, perceived benefits of breast self-examination is a high level at 93.3 percent and have breast self-examination skills are moderate level at 86.7 percent. When comparing the differences of the knowledge score mean, Perceived severity, Perceived benefits, and Breast self-examination skills, before and after the experiment. Found that after the experiment had a higher mean than before experimental with statistical significance at the .01 level.
References
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.ข้อเสนอแนะการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย; 2561
ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ และวัลลภ ไทยเหนือ. คู่มือสอนตรวจเต้านมด้วยตนเอง. กรุงเทพฯ: มูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี; 2547.
มาลัย มุคคารักษ์ และคณะ. แนวทางการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็งเต้านมกรุงเทพฯ : ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2551.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. สรุปผลการตรวจราชการ ปีงบประมาณ 2563. นครราชสีมา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา; 2563.
จันทร์จิรา สีสว่าง และปาณิสรา ส่งวัฒนายุทธ. ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความรู้ ทัศนคติและทักษะในการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรี. วารสารพยาบาลทหารบก 2556; 14(1): 17 – 24.
Rosenstock, Irwin M. Historical origins of the health belief model. Health Enducation Monographs 1974; 2(a) : 328 – 35.
House, J. S. The association of social retionship and activies with mortality : Community health study. American Journal Epidemiology 1981; 3(7) : 25 – 30.
เอมอร ชินพัฒนะพงศา และกนกวรรณ สุวรรณปฏิกรณ์. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถกับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2557; (28)3: 14 – 29.
จันทิรา ตุ้มภู่. ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มร่วมกับแรงจูงใจในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของสตรีวัยรุ่น ในเขตเทศบาลตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี. [อินเทอร์เน็ต]. (2554). [เข้าถึงเมื่อ 17 พ.ย. 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://khoon. msu.ac.th/full164/juntira134636/titlepage.pdf
พัชนภา ศรีเครือดำ ปัญญรัตน์ ลาภวงศ์วัฒนา และณัฐกมล ชาญสาธิตพร. ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน จังหวัดสุรินทร์. วารสารพยาบาลสาธารณสุข 2556; 27(3): 71 – 82.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. เทคนิคการสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : จามจุรีโปรดักท์; 2549.
ณัฐณิชา แหวนวงศ์และคณะ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมป้องกันมะเร็งเต้า นมในสตรีกลุ่มแม่บ้านทำความสะอาด. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2558; 35(1) (มกราคม– เมษายน) : 21 – 35.
นวรัตน์ โกมลวิภาต และน้ำอ้อย ภักดีวงศ. ความรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนเองและพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของนักศึกษาหญิงที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง.วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2561; 38(4),68-78.
สุชาดา นนทะภา และรุ้งระวี นาวีเจริญ. ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการป้องกันโรคกับพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของครูในโรงเรียนประจำจังหวัดเขตภาคกลาง. วารสารเกื้อการุณย์ 2560; 24(2) : 23 – 35.
ดาริน โต๊กานิ บุญยิ่ง ทองคุปต์ และประดังพร ทุมมาลา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีที่มารับบริการในคลินิกวัยทองของโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 2552; 1(1) : 12 – 25.
จารุวรรณ ไตรทิพย์สมบัติ. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ การรับรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยง. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น 2562; 26(3) กันยายน - ธันวาคม 2562 : 13 – 24.
เรวดี เพชรศิราสัณห์, นัยนา หนูนิล. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเองสำหรับสตรีวัยผู้ใหญ่. วารสารพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดี 2553;16(1): 54 – 69.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว