Factors Influencing Medication-Taking Behavior of Hypertensive Patients
Main Article Content
บทคัดย่อ
Purpose: To examine predictive factors of gender, age, educational level, income, perceived severity of hypertension, and perceived self-efficacy on medication-taking behavior of hypertensive patients.
Design: Correlational predictive design.
Methods: The subject consisted of 98 essential hypertensive patients who received hypertensive drugs and came for treatment and follow-up at hypertension clinic, out-patient department, university hospital, Thailand. Questionnaires were used for data collection. Data were analyzed by using descriptive statistics, Pearson’s product moment correlation coefficient, and multiple regression analysis.
Main findings: The medication-taking behavior of hypertensive patients was at a very good level. Perceived severity of hypertension and perceived self-efficacy to medication-taking behavior had statically significant positive correlations with medication-taking behavior (r = .444, p <.01; r = .550, p < .01) whereas educational level had a negative relationship with medication-taking behavior (r = -.260, p < .01). Level of education, perceived severity of hypertension, and perceived self-efficacy to medication-taking behavior could jointly predict 38.9% of the variance in medication-taking behavior (R2 = .389, p < .01).
Conclusion and recommendations: According to the study findings, health care providers should inform the patients about the severity of hypertension and enhance their perceived self-efficacy for long-term adherence to regimen.
Keywords: medication-taking behavior, perceived self-efficacy, perceived severity, hypertension
ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอำนาจการทำนายของปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ การรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง และการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อพฤติกรรมการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงทำนายความสัมพันธ์
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ 98 คน ที่รับประทานยาความดันโลหิตสูงและมาติดตามการรักษาท่คี ลินิกโรคความดันโลหิตสูง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุคูณ
ผลการวิจัย: พฤติกรรมการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงอยู่ในระดับดีมาก การรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง และการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อพฤติกรรมการรับประทานยา มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการรับประทานยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .444, p < .01; r = .550, p < .01) ตามลำดับ โดยระดับการศึกษามีความสัมพันธ์ทางลบกับพฤติกรรมการรับประทานยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = - .260, p < .01) ระดับการศึกษา การรับรู้ความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูง และการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อพฤติกรรมการรับประทานยา สามารถร่วมกันทำนายความแปรปรวนพฤติกรรมการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 38.9 (R2 = .389, p < .01)
สรุปและข้อเสนอแนะ: จากผลการศึกษาครั้งนี้ บุคลากรด้านสุขภาพควรให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับความรุนแรงของภาวะความดันโลหิตสูง และควรส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะของตนเองเพื่อการรับประทานยาตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
คำสำคัญ: พฤติกรรมการรับประทานยา การรับรู้สมรรถนะของตนเอง การรับรู้ความรุนแรง โรคความดันโลหิตสูง
Article Details
ลิขสิทธิ์: วารสารพยาบาลศาสตร์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ ห้ามผู้ใดนำบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลศาสตร์ไปเผยแพร่ในลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ การส่งบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ที่อื่น การนำบทความเผยแพร่ออนไลน์ การถ่ายเอกสารบทความเพื่อกิจกรรมที่ไม่ใช่การเรียนการสอน ยกเว้นเสียแต่ได้รับอนุญาตจากวารสารพยาบาลศาสตร์
Disclaimer: เนื้อหาบทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารพยาบาลศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบแต่อย่างใด