Predictive Factors of Exercise Behavior among Overweight Workers in an Electric Plant
Main Article Content
บทคัดย่อ
Purpose: This study aimed to examine predicting factors of attitude towards exercise, outcome expectancy for exercise, perceived exercise self-efficacy, exercise experiences and workplace exercise environment to the exercise behavior among overweight workers at South Capital Electric Plant in Samut Prakan Province.
Design: A correlation predictive design.
Methods: 180 overweight workers at South Capital Electric Plant were selectied by stratified random sampling. Data were collected using self-administered questionnaires, including 1) demographics data 2) attitude towards exercise 3) outcome expectancy for exercise 4) perceived exercise self-efficacy 5) exercise experiences 6) workplace exercise environment, and 7) exercise behavior. Data were analyzed by using multiple regression.
Main findings: The result revealed that 54 percent of participants had exercise level lower than standard criteria of the American College of Sport Medicine. Perceived self-efficacy, workplace environment, and outcome expectancy were significant predictors of exercise behaviors, at 27.90% (p = .005).
Conclusion and recommendations: Promoting exercise behavior among factory workers, the environment plays an important factor besides fostering an individual’s personal factor.
ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายของพนักงานโรงไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนายของทัศนคติต่อการออกกำลังกาย ความคาดหวังผลลัพธ์ของการออกกำลังกาย การรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการออกกำลังกาย ประสบการณ์ในการออกกำลังกาย และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของพนักงานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ที่นํ้าหนักเกินเกณฑ์
รูปแบบการวิจัย: การศึกษาความสัมพันธ์เชิงทำนาย
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์ จำนวน 180 คน คัดเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม 1) ข้อมูลส่วนบุคคล 2) ทัศนคติต่อการออกกำลังกาย 3) ความคาดหวังผลลัพธ์ของการออกกำลังกาย 4) การรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการออกกำลังกาย 5) ประสบการณ์ในการออกกำลังกาย 6) สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน 7) พฤติกรรมการออกกำลังกาย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ
ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54 มีการออกกำลังกายไม่ถึงตามเกณฑ์มาตรฐานของวิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬา โดยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการออกกำลังกาย สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และความคาดหวังผลลัพธ์ของการออกกำลังกาย สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการออกกำลังกายได้ร้อยละ 27.90 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .005
สรุปและข้อเสนอแนะ: การส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกายของวัยแรงงาน นอกจากการส่งเสริมปัจจัยด้านบุคคลแล้ว ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ
คำสำคัญ: ภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์ การออกกำลังกาย พนักงานโรงงาน การรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวังผลลัพธ์ของการออกกำลังกาย
Article Details
ลิขสิทธิ์: วารสารพยาบาลศาสตร์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ ห้ามผู้ใดนำบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารพยาบาลศาสตร์ไปเผยแพร่ในลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ การส่งบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ที่อื่น การนำบทความเผยแพร่ออนไลน์ การถ่ายเอกสารบทความเพื่อกิจกรรมที่ไม่ใช่การเรียนการสอน ยกเว้นเสียแต่ได้รับอนุญาตจากวารสารพยาบาลศาสตร์

Disclaimer: เนื้อหาบทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารพยาบาลศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่มีส่วนรับผิดชอบแต่อย่างใด