ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ของชุมชนและสถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 7 ของประเทศไทย
คำสำคัญ:
การป้องกันโรค, เขตสุขภาพที่ 7, โรคโควิด-19, โรคติดเชื้ออุบัติใหม่บทคัดย่อ
โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสาธารณสุข ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินงานเพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับชุมชนและสถานที่ทำงาน การทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเชิงป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ของชุมชนและสถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 7 ของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 378 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติเชิงพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ Multiple Logistic Regression นำเสนอด้วยค่า Odds Ratio และช่วงเชื่อมั่นของ Odds Ratio กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ของชุมชนและสถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 7 ของประเทศไทย มี 4 ปัจจัย คือ ความรู้ในระดับดี (adjusted OR=3.21, p-value=0.002) เป็นเพศหญิง (adjusted OR=2.46, p-value=0.010) มีต้นแบบในการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรค (adjusted OR=3.42, p-value=0.015) และเคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่ 2 เข็มขึ้นไป (adjusted OR=6.69, p-value=0.019) ดังนั้น ความรู้ ต้นแบบที่ดี เพศหญิง และการได้รับวัคซีนอย่างเพียงพอ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ประชาชนและบุคลากรในสถานประกอบการมีพฤติกรรมป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อย่างเหมาะสม จึงควรส่งเสริมพัฒนาความรู้และทักษะในการป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในอนาคตให้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรโดยเฉพาะเพศชายและกลุ่มที่มีความรู้ระดับน้อย ส่งเสริมต้นแบบหรือผู้นำด้านสุขภาพที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนและกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในการป้องกันโรค
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Statement on the second meeting of the International Health Regulations (2005) Emergency Committee regarding the outbreak of novel coronavirus (2019-nCoV) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2025 Sep 1]. Available from: https://www.who.int/news/item/30-01-2020-statement-on-the-second-meeting-of-the-international-health-regulations-(2005)-emergency-committee-regarding-the-outbreak-of-novel-coronavirus-(2019-ncov)
World Health Organization. WHO Director-General's opening remarks at the media briefing on COVID-19 - 11 March 2020 [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2025 Sep 1]. Available from: https://reliefweb.int/report/world/who-director-generals-opening-remarks-media-briefing-covid-19-11-march-2020
World Health Organization. Statement on the 15th meeting of the International Health Regulations (2005) Emergency Committee regarding the outbreak of coronavirus disease (COVID-19) pandemic [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2025 Sep 1]. Available from: https://www.who.int/news/item/05-05-2023-statement-on-the-fifteenth-meeting-of-the-international-health-regulations-(2005)-emergency-committee-regarding-the-coronavirus-disease-(covid-19)-pandemic
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศปรับระดับโรคโควิด-19 จาก “โรคติดต่ออันตราย” เป็น “โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง” [อินเตอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2565. [เข้าถึงเมื่อ 1 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=28031
กรมอนามัย (สำนักทันตสาธารณสุข). ร้อยละของประชากรอายุ 15-59 ปีมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ระดับเขตสุขภาพ (ข้อมูลประมวลผล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2567) [อินเตอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย; 2567. [เข้าถึงเมื่อ 4 พ.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://dashboard.anamai.moph.go.th/workergoodhealth/default/index?year=2024
Suwannarong K, Bumrerraj S. Health Literacy and eHealth Literacy in the Prevention and Control of COVID 19 Among Village Health Volunteers in Area Health Region Number 7 of Thailand. J Health Res 2024; 38(3):251-26.
Hsieh FY, Bloch DA, Larsen MD. A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Stat Med. 1998; 17(14):1623-34.
มนันญา ผลภิญโญ, ธีรศักดิ์ พาจันทร์, ลำพึง วอนอก. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของพระสงฆ์และสามเณรอำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2566; 17(3):827-41.
กมลรัตน์ โสประโคน, กัลยา อินธิเดช, อรรัตน์ หวั่งประดิษฐ, อภิญญา ดวงสิน, วรยุทธ นาคอ้าย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะลองโควิดในกลุ่มผู้มีประวัติติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ตำบลอางศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี 2566; 21(2):83-96.
สสส. เผยผลอนามัยโพล พบคนไทยสวมหน้ากากมากขึ้น [อินเตอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 9 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th/เผยผลอนามัยโพล-พบคนไทยส/
Głąbska D, Skolmowska D, Guzek D. Population-based study of the influence of the COVID-19 pandemic on hand hygiene behaviors—Polish adolescents’ COVID-19 experience (PLACE-19) study. Sustainability [Internet]. 2020 [cited 2025 Nov 6]; 12(12):4930. Available from: https://doi.org/10.3390/su12124930
Dwipayanti NMU, Lubis DS, Harjana NPA. Public perception and hand hygiene behavior during COVID-19 pandemic in Indonesia. Front Public Health 2021; 9:621800.
Yang L, Constantino SM, Grenfell BT, Weber EU, Levin SA, Vasconcelos VV. Sociocultural determinants of global mask-wearing behavior. Proc Natl Acad Sci USA 2022; 119(41):e2213525119.
Everyday Health. Gargling Salt Water Significantly Cuts COVID-19 Hospitalization Risk [Internet]. 2023 [cited 2025 Sep 1]. Available from: https://www.everydayhealth.com/coronavirus/gargling-salt-water-significantly-cuts-covid-19-hospitalization-risk/
ณัฎฐวรรณ คําแสน. ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประชาชนในเขตอําเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2564; 4(1):33-48.
ภาณุ อดกลั้น, สกาวเดือน มงคลสุคนธรัก, อมรรัตน์ อัครเศรษฐสกุล, ณัฏฐนันท์ มุสิกบุญเลิศ. ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2565; 30(1):98-109.
เสถียร เชื้อลี, รับขวัญ เชื้อลี, คณัฐวุฒิ หลวงเทพ. ความรู้และพฤติกรรมการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิด19 (COVID-19) ของนักศึกษา: กรณีศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี 2565; 20(1):49-62.
ทานตะวัน เพชรไพร. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติกับพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566; 3(2):99-113.
Ning L, Niu J, Bi X, Yang C, Liu Z, Wu Q, et al. The impacts of knowledge, risk perception, emotion and information on citizens’ protective behaviors during the outbreak of COVID-19: a cross-sectional study in China. BMC Public Health [Internet]. 2021 [cited 2025 Nov 6]; 21(1):215. Available from: https://doi.org/10.1186/s12889-020-09892-y
Chen Y, Zhou R, Chen B, Chen H, Li Y, Chen Z, et al. Knowledge, Perceived Beliefs, and Preventive Behaviors Related to COVID-19 Among Chinese Older Adults: Cross-Sectional Web-Based Survey. J Med Internet Res [Internet]. 2020 [cited 2025 Nov 6]; 22(12):e24441. Available from: https://www.jmir.org/2020/12/e23729
ธานี กล่อมใจ, จรรยา แก้วใจบุญ, ทักษิกา ชัชชวรัตน์. ความรู้และพฤติกรรมของประชาชนเรื่องการป้องกันตนเอง จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ [อินเตอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 6 พ.ย. 2568]; 21(2):12-25. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/243309
Ngamchaliew P, Kaewkuea N, Nonthasorn N, Vonnasrichan T, Rongsawat N, Rattanachai L, et al. Changes in preventive behaviour after COVID-19 vaccination in Thailand: a cross-sectional study. BMC Public Health [Internet]. 2022 [cited 2025 Nov 6]; 22(1):2100. Available from: https://doi.org/10.1186/s12889-022-14494-x
Latkin CA, Dayton L, Kaufman MR, Schneider KE, Strickland JC, Konstantopoulos A. Social norms and prevention behaviors in the United States early in the COVID-19 pandemic. Psychol Health Med. 2022; 27(1):162-77.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานีและบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว