ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการด้านการยศาสตร์ต่อการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อมือ ในบุคลากร โรงพยาบาลพัทลุง
คำสำคัญ:
การป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อมือ, การยศาสตร์, แรงบีบมือ, Strain indexบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการด้านการยศาสตร์ต่อการป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อมือในบุคลากรโรงพยาบาลพัทลุง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการใช้กล้ามเนื้อมือในการทำงานซ้ำ ๆ และต่อเนื่อง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบุคลากรโรงพยาบาลที่ใช้กล้ามเนื้อมือในการทำงานเป็นหลัก จำนวน 45 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ โปรแกรมการจัดการด้านการยศาสตร์ได้รับการออกแบบบนแนวคิดการป้องกันโรคจากการทำงานเชิงรุก ครอบคลุมกิจกรรมใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล (การให้ความรู้ การฝึกท่าทางและการบริหารกล้ามเนื้อมือที่เหมาะสม) ระดับสภาพแวดล้อมในการทำงาน (การปรับอุปกรณ์และพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับหลักการยศาสตร์) และระดับการออกแบบงาน (การปรับลักษณะงานและการจัดช่วงเวลาพัก) โปรแกรมดำเนินการเป็นระยะเวลา 24 สัปดาห์ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมิน Strain Index แบบประเมินพฤติกรรมการใช้มือในการทำงาน และการทดสอบแรงบีบมือ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Paired t-test
ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองค่า Strain Index ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จาก 53.46±14.29 เป็น 13.53±11.82 ขณะที่คะแนนแรงบีบมือเพิ่มขึ้นจาก 28.14±5.26 เป็น 30.50±5.80 และคะแนนพฤติกรรมการใช้มือในการทำงานเพิ่มขึ้นจาก 76.38±8.73 เป็น 96.67±7.18 โดยผลลัพธ์ทั้งหมดมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมการจัดการด้านการยศาสตร์มีประสิทธิผลในการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อมือ เสริมสร้างสมรรถภาพการทำงาน และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้มือที่เหมาะสม ข้อเสนอแนะจากการศึกษาคือควรนำโปรแกรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางเชิงระบบในสถานพยาบาล และควรมีการศึกษาต่อยอดโดยใช้การออกแบบการวิจัยที่มีกลุ่มควบคุมหรือการติดตามผลระยะยาว เพื่อยืนยันความยั่งยืนของผลลัพธ์
เอกสารอ้างอิง
กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. รายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพ ปี 2561 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 15 ต.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/doed/pagecontent.php?page=888&dept=doed
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน. สถานการณ์การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เนื่องจากการทำงาน ปี 2563-2567 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานประกันสังคม; 2568. [เข้าถึงเมื่อ 19 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/65e64958a0565ddc98ebc2ee6cc1fbf4.pdf
โรงพยาบาลพัทลุง. รายงานสถานการณ์โรค อาการเจ็บป่วยระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ของบุคลากรโรงพยาบาลพัทลุง: พัทลุง: โรงพยาบาลพัทลุง; 2567.
พัชราภรณ์ งำเมือง, วีระพร ศุทธากรณ์. ปัจจัยเสี่ยงด้านการยศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในนักกายภาพบำบัดที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 1. Thai Journal of Public Health 2562; 49(3):325–38.
สสิธร เทพตระการพร. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2546.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007; 39(2):175–91.
Moore JS, Garg A. The Strain Index: A proposed method to analyze jobs for risk of distal upper extremity disorder. Am Ind Hyg Assoc J. 1995; 56(5):443–58.
กานดา พูนลาภทวี. สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: ฟิสิกส์เซนเตอร์; 2539.
จารุพร ดวงศรี, ญาณิฐา แพงประโคน, ชัยกฤต ยกพลชนชัย, คมสันต์ ธงชัย, รัชนี จูมจี. การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์ของงานทำเทียนด้วยมือในกลุ่มช่างทำเทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี. วารสาร มทร.อีสาน ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 2565; 9(1):53–63.
ศิโรรัตน์ มลัยจันทร์, ปวีณา มีประดิษฐ์, ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข. การประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ของงานสาวอวนในกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน เขตเทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2560.
ประไพรัตน์ คำหอม. การปรับปรุงสภาพงานโดยใช้หลักการยศาสตร์แบบมีส่วนร่วมเพื่อลดความเสี่ยงของอาการผิดปกติระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในกลุ่มพนักงานขัดเเต่งของโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2566.
ทินพัฒน์ หางหงษ์. ความเสี่ยงทางการยศาสตร์ในงานที่มีการเคลื่อนไหวซ้ำซากของมือและข้อมือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2559.
วุฒิพงษ์ เชื่อมนอก, นภาทิพย์ ตั้งตรีจักร, กุลพิธาน์ จุลแสวก, ชฎามาศ พูมพิจ. การเปรียบเทียบผลการบริหารกล้ามเนื้อมือโดยใช้ลูกบอลนุ่ม แป้งโดว์ และฟองน้ำ ต่อแรงบีบมือของผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อมืออ่อนแรง. วารสารพยาบาลทหารบก 2564; 23(1):463–72.
อทิติ วลัญช์เพียร. ผลของการฝึกด้วยการประยุกต์สถานีฝึกแบบมวยสากลที่มีต่อสมรรถภาพทางกายของบุคคลทั่วไป. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ 2565; 22(1):164–78.
เสกสรรค์ ใจดี, ศักดรินทร์ ธรรมวงศ์. ผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อสมรรถภาพทางกายของนักกีฬา ชักกะเย่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล 2567; 10(1):98–106.
กุสุมา พจนา. ผลของโปรแกรมการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและการยศาสตร์ต่ออาการปวดและคุณภาพชีวิตของพยาบาลที่เป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อมัยโอฟาสเชี่ยล. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2565; 30(1):45–57.
เบญญาภา ศรีปัญญา, บรรณสิทธิ สิทธิบรรณกุล. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ด้านการยศาสตร์การทำงานร่วมกับการออกกำลังกายด้วยยางยืดต่ออาการปวดหลังส่วนล่าง ความสามารถในการทำกิจกรรมและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังในคนทำอาชีพทอผ้าย้อมคราม. วารสารศิลปะศาสตร์และวิทยาการจัดการ 2563; 7(1):27–40.
อนุดา ถิรัฏฐากุล, วริศรา เบ้านู. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพด้านการยศาสตร์ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกิดจากการทำงานของพนักงานในสถานประกอบการแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2564; 6(3):38–44.
ปิยาภรณ์ เพ็ญประไพ, วีระพร ศุทธากรณ์, ธานี แก้วธรรมานุกูล. ผลของการจัดกระทำด้านการยศาสตร์ต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและอาการปวดหลังของคนทำงานแกะสลักไม้. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2560; 44(3):77–89.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานีและบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว