การพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ได้รับการผ่าตัด Fontan Procedure: กรณีศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อให้วิสัญญีพยาบาลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการให้การระงับความรู้สึกผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ได้รับการผ่าตัด Fontan Procedure ในระยะก่อน ระหว่างและหลังให้การระงับความรู้สึก ป้องกันและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและภาวะวิกฤตที่เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วย และเพิ่มทักษะในการวางแผนการพยาบาลร่วมกับสหวิชาชีพ
วิธีการศึกษา: กรณีศึกษาเลือกแบบเจาะจงในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มารับการผ่าตัด Fontan Procedure ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราชวิถีตั้งแต่ ตุลาคม 2564 – มีนาคม 2565 เก็บรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียน ตรวจร่างกาย การซักประวัติจากผู้ป่วยและญาติ และค้นหาปัญหาศึกษาแนวทางการระงับความรู้สึก กำหนดขอวินิจฉัยทางการพยาบาลร่วมกับการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพยาบาลของโอเร็ม วางแผนปฏิบัติการพยาบาลตามข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล สรุปและประเมินผลลัทธ์ทางการพยาบาล
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 9 ปี มาโรงพยาบาลเพื่อตรวจตามแพทย์นัดหลังจากที่ได้รับการผ่าตัด Right bidirectional Glenn shunt with leaving antegrade flow with closure pericardium ตั้งแต่แรกเกิด หลังการตรวจวินิจฉัยโดยการสวนหัวใจพบว่าหลังผ่าตัดมี severe pulmonary stenosis ศัลยแพทย์พิจารณาให้รับผ่าตัด Fontan procedure เพื่อแก้ไขภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด stage III ในฐานะวิสัญญีพยาบาลได้มีการประเมินตรวจเยี่ยมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด เพื่อวางแผนร่วมกับวิสัญญีแพทย์ในการพิจารณาให้การระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกายร่วมกับการใส่ท่อช่วยหายใจ และบริหารยาร่วมกัน กรณีศึกษานี้ใช้เวลาในการผ่าตัดทั้งหมด 7 ชั่วโมง 5 นาที ตลอดการผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อน, ไม่พบภาวะความดันลือดไปปอดสูงเฉียบพลัน สัญญาณชีพ และ hemodynamic stable ความดันโลหิต 100/65 mmHg, อัตราการเต้นของหัวใจ 110 bpm, อัตราการหายใจตาม ventilator setting และสามารถย้ายไปพักฟื้นต่อที่หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมหัวใจและได้พิจารณาถอดท่อช่วยหายใจได้ภายในวันที่ 1 หลังจากการผ่าตัด ติดตามเยี่ยมหลังผ่าตัดผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด และพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 13 วัน จึงสามารถจำหน่ายกลับบ้าน
สรุปผลการศึกษา: การพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่มารับการผ่าตัด Fontan Procedure ที่ได้รับการผ่าตัดและระงับความรู้สึก ต้องใช้กระบวนการพยาบาลตามมาตรฐานตั้งแต่ระยะก่อนผ่าตัด ขณะผ่าตัด และหลังผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพฺเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
ชนัญญา กรุณาสุเมตตา. โรคหัวใจแต่กำเนิดและการผ่าตัด. ขอนแก่น: หน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2564.
กมลทิพย์ สกุลกันบัณฑิต, พิมลนาฏ ซื่อสัตย์. คู่มือการพยาบาล ผู้ป่วยเด็กโรคเตตราโลจีออฟฟาลโลต์ที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทั้งหมดในระยะผ่าตัด. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล; 2562.
กรกนก สุขพันธ์. พยาธิวิทยาของโรคหัวใจ. เชียงใหม่: โรงพิมพ์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2556.
กฤติกา ชินพันธ์. กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์; 2559.
Eugene AH, Kenneth GS. Blood Pumps, Circuitry, and Cannulation Techniques in Cardiopulmonary Bypass. In: Glenn PG, Richard FD, John WH, Barry DK. Cardiopulmonary Bypass and Mechanical Support. 4th ed. Philadelphia: Woters Kluwer Health. 2015. p. 20-38.
เฉลิมเกียรติ ตันตระกูล, ธวัชชัย กิระวิทยา, ชัยสิทธิ์ แสงทวีสิน. Clinical Practice in Pediatric Cardiology. กรุงเทพฯ: สถาบันสุภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี; 2003. p. 36-55, 62-71.
อภิชัย คงพัฒนะโยธิน, พีระพัฒน์ มกรพงศ์. ภาวะวิกฤตทางหัวใจเด็ก. กรุงเทพ: สุขุมวิทการพิมพ์; p. 1-30, 27-28, 97-98.
โอภาส ศรัทธาพุทธ. สาระสำคัญทางศัลยศาสตร์หัวใจ. ปทุมธานี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรมมศาสตร์; p. 62-75.
Christian S, Robert S. Anesthesia and Analgesia for Thoracic Surgery. In: Claus P, Benno M. Thoracic Surgery in Children and Adolescents. 1st ed. Berlin: Walter de Gruyter GmbH; 2017. p. 21-72.
Susan CN, James MS, Laura KD, Dean BA. Anesthesia for Single Ventricle. In: Dean BA, Stephen S, Emad BM, Wanda CMH. Anesthesia for Congenital Heart Disease. 3rd ed. Canada: John Wiley & Sons, Inc; 2015. p. 567-597.
Glyn DW, Chandra R, Anshuman S. Anesthesia for Cardiac and Pulmonaru Transplantation. In: Dean BA, Stephen S, Emad BM, Wanda CMH. Anesthesia for Congenital Heart Disease. 3rd ed. Canada: John Wiley & Sons, Inc; 2015. p. 636-660.
เสาวภาคย์ ลาภมหาไพศาล. สรีรวิทยาของหัวใจและวิสัญญี. ใน: อังกาบ ปราการรัตน์, วิมลลักษณ์ สนั่นศิลป์, ศิริลักษณ์ สุขสมปอง, ปฏิภาณ ตุ่มทอง. ตำราวิสัญญีวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพ: เอ-พลัส พริ้น; 2556. p. 41-50.
อังกาบ ปราการรัตน์. การให้ยาระงับความรู้สึกสำหรับหัวใจพิการแต่กำเนิด. วิสัญญี. ใน: อังกาบ ปราการรัตน์, วิมลลักษณ์ สนั่นศิลป์, ศิริลักษณ์ สุขสมปอง, ปฏิภาณ ตุ่มทอง. ตำราวิสัญญีวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพ: เอ-พลัส พริ้น; 2556. p. 349-380.
รื่นเริง ลีลานุกรม. การให้สารน้ำและเลือดระหว่างผ่าตัด. ใน: รื่นเริง ลีลานุกรม. การระงับความรู้สึกเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557. p. 115-137.
ธีร์ จุฬาโรจน์มนตรี. การระงับความรู้สึกเด็กที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด. ใน: รื่นเริง ลีลานุกรม. การระงับความรู้สึกเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557. p. 217-248.
รื่นเริง ลีลานุกรม. การให้สารน้ำและเลือดระหว่างผ่าตัด. ใน: รื่นเริง ลีลานุกรม. การระงับความรู้สึกเด็ก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557. p. 115-137.
มูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก.สถิติการผ่าตัดหัวใจเด็ก. สถาบันโรคหัวใจ ตึกสะอาด โรงพยาบาลราชวิถี; 2564.
สมจิตร หนุนเจริญกุล. การดูแลตนเองกับทฤษฎีการพยาบาลโอเร็ม. (พิมพ์ครั้งที 2). กรุงเทพ: วีเจ พริงตี; 2544.
ชมรมวิสัญญีพยาบาลแห่งประเทศไทย สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. มาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลด้านวิสัญญี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: บริษัทอินโนราฟฟิกส์ จำกัด; 2549