ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด หัวใจแบบเปิด ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลราชวิถี

Main Article Content

ภาวิณี ขันติวรธรรม
ผศ.ดร.ปณิธาน กระสังข์

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด 2) แรงสนับสนุนทางสังคมของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด 3) ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ และแรงสนับสนุนทางสังคมกับความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด โดยประยุกต์ทฤษฎีความต้องการตามลำดับขั้นของมาสโลว์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดที่มารับการ รักษาในโรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 220 คน สุ่มตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ


ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบไคสแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ของเพียร์สัน และของสเปียร์แมน 


ผลการศึกษา พบว่า 1) ความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) แรงสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดโดยรวมอยู่ในระดับมาก 3) แรงสนับสนุน ทางสังคมโดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดอย่างมีนัยสำคัญ


ทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในขณะที่ เพศ อาชีพ และรายได้ไม่มีความสัมพันธ์กับความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วย หลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด ข้อเสนอแนะหน่วยงานศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกควรสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารด้านทรัพยากร ในการดูแลผู้ป่วยเพื่อช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดหัวใจ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขันติวรธรรม ภ. . ., & กระสังข์ ป. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการแบบสนับสนุนของผู้ดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด หัวใจแบบเปิด ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลราชวิถี. แพทยสารทหารอากาศ, 72(1), 11–21. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rtafmg/article/view/278430
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย. การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ. สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอก

แห่งประเทศไทย; 2566

งานเวชระเบียนและสถิติโรงพยาบาลราชวิถี. สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหัวใจและทรวงอกสามปีย้อนหลัง

พ.ศ.2564, พ.ศ.2565 และ พ.ศ.2566. งานเวชระเบียนและสถิติ: โรงพยาบาลราชวิถี; 2566

House, & Kahn, R. L. (1985) Measures (and concepts) of social support. In Cohen S. & S. L.

(Eds.), Social Support and Health. New York: Academic Press. อ้างใน อินทิรา มหาวีรานนท์.

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการต้องการการดูแลแบบสนับสนุนของผู้ดูแลในครอบครัวผู้ป่วยมะเร็งระยะ

ลุกลาม. [วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์].

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560.

วรรณภา ศรีหาบรรดิษฐ์. ความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและปัจจัยทำนายความต้องการ

ของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. (การพยาบาลผู้ใหญ่).

มหาวิทยาลัยรังสิต; 2560.

บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. การวัดประเมินผลการเรียนรู้. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์:

กรุงเทพมหานคร; 2545.

อนุวัติ คูณแก้ว. (2560). สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬากรณ์มหาวิทยาลัย.

American Heart Association. Care after heart surgery: Recovery and lifestyle tips. American

Heart Association; 2022.

Maslow, A.Human needs theory: Maslow’s hierarchy of human needs. In R.F.Craven & C.J.

Hirnle (Eds.), Fundamental of Nursing: Human Health and Function. (3rd ed.) Philadelphia:

Lippincott; 1970.

สิริอร ข้อยุ่น, วัจนา สุคนธวัฒน์, เบญจวรรณ กิจควรดี, ภาสินี โทอินทร์. ความต้องการและการได้รับการ

ดูแลตามความต้องการของครอบครัวผู้ป่วยที่รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต. วารสารศรีนครินทร์เวชสาร.

;36(3),333-9.

Watson J. Nursing: The philosophy and science of caring (revised edition). Caring in nursing

classics: An essential resource. 2008:243-64. อ้างใน นรินทร กลกลาง. การใช้ทฤษฎีการดูแลมนุษย์

ของวัตสันในการพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อนสูงอายุติดเตียงที่มีโรคร่วมและปอดอักเสบ. วารสารสิ่งแวดล้อม

ศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 2566;73-82.