ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส ในนักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร

ผู้แต่ง

  • นุจเนตร นัยกุล หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • กุลชญา ลอยหา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • เด่นดวงดี ศรีสุระ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

โปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศ, พฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อ ฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส, นักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลาย

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัสในนักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร คำนวณขนาดตัวอย่าง จากนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 82 คน ซึ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 41 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 41 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส ในนักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร ระยะเวลาในการวิจัย 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมานใช้ Paired t-test และ Independent sample t-test

                ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลอง มีคะแนนความรู้ความเข้าใจทางสุขภาพทางเพศต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส การสื่อสารเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส การจัดการเงื่อนไขทางสุขภาพของตนเองเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส การตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส และพฤติกรรมป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส ในนักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลายเฉลี่ยในระดับสูง ซึ่งค่าเฉลี่ยสูงกลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value <0.05

เอกสารอ้างอิง

Boonthai, S., Loyha, K., & Srisura, D. (2024). Effects of applying empowerment theory on sexually transmitted infection prevention behaviors among upper secondary school students in Khong Chiam District, Ubon Ratchathani Province. Ubon Ratchathani Rajabhat University Journal of Public Health Research, 13(2), 48–64.

Chaudhary, S., Gupta, P., & Kaur, S. (2017). Knowledge and practices about cervical cancer and its prevention among women in India. International Journal of Reproductive Medicine, 2017, 1–6.

Cronbach, L. J. (1984). Essentials of psychological testing (4th ed.). Harper & Row.

Department of Disease Control. (2024). Cervical cancer situation and HPV prevention in Thailand. Ministry of Public Health.

Division of Epidemiology, Department of Disease Control. (2023). National surveillance report on sexually transmitted infections. Ministry of Public Health.

Division of Epidemiology, Department of Disease Control. (2024). National surveillance report on sexually transmitted infections. Ministry of Public Health.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Mayuree Matarat. (2019). Effectiveness of a health behavior prevention program among primary school students. Journal of Health Research, 12(3), 45–56.

Nutbeam, D. (2008). Defining and measuring health literacy. International Journal of Public Health, 54, 303–305.

Olaratmanee, B. (2018). Sexuality education for early adolescents: A literature review. Thai Journal of Nursing Council, 33(3), 67–81.

Paakkari, L., & Paakkari, O. (2012). Health literacy as a learning outcome in schools. Health Education, 112(2), 133–152. https://doi.org/10.1108/09654281211203411

Pariyanuch Tangnorkul, Sananruangsak, S., & Teerarungsikul, N. (2019). Relationship between sexual health literacy and sexual behaviors among lower secondary school girls. Royal Thai Navy Medical Journal, 46(3), 607–620.

Phimphimon Kijcharoen. (2018). Effectiveness of health literacy enhancement programs among primary school students. Journal of Health and Education, 10(2), 45–60.

Thipparat Thanphaithoon. (2020). Promoting knowledge and cervical cancer prevention behaviors among female students. Health Science Journal, 13(1), 70–85.

UNAIDS. (2024). Global AIDS update 2024: The path that ends AIDS. Joint United Nations Programme on HIV/AIDS.

World Health Organization. (2016). Comprehensive cervical cancer control: A guide to essential practice. WHO Press.

World Health Organization. (2023). Sexually transmitted infections (STIs). https://www.who.int

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

นัยกุล น., ลอยหา ก., & ศรีสุระ เ. (2026). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพทางเพศต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากการติดเชื้อฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส ในนักเรียนหญิงประถมศึกษาตอนปลาย จังหวัดยโสธร. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 15(1), 109–121. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/278998

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ