กลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

ผู้แต่ง

  • ไพศาล กอมะณี สาขาวิชาการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • สุภาพร ใจการุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • เผ่าไทย วงษ์เหลา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

กลยุทธ์การตลาด, การนวดไทย

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์ คือ 1)เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร และ 2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของงานบริการนวดไทยระหว่างก่อนและหลังการใช้กลยุทธ์การตลาด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มที 1 กลุ่มผู้ร่วมวิจัย ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอป่าติ้ว โดยการเลือกแบบเจาะจงจำนวน 15 คน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลความพึงพอใจ ได้แก่ ผู้รับบริการนวดไทยที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ปีงบประมาณ 2556 จำนวน 341 คนได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย1) กระบวนการใช้กลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทยและ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการนวดไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลาเพื่อสร้างสมการแนวโน้ม ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการใช้กลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร มี 4 ขั้นตอน คือระยะที่ 1. ขั้นการวางแผน (Planning) ได้แก่ การศึกษาบริบทการดำเนินงานนวดไทย การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดและการกำหนดรูปแบบกลยุทธ์การตลาด (4Ps) ระยะที่ 2 ขั้นการปฏิบัติการ (Action) ได้แก่ การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติงาน การศึกษาดูงาน และการปฏิบัติรูปแบบกลยุทธ์การตลาดตามแผนที่กำหนดระยะที่ 3 ขั้นการสังเกต (Observation) ได้แก่ การติดตาม ควบคุม กำกับ และสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ และระยะที่ 4 การสะท้อนผล (Reflection) ได้แก่การเปรียบเทียบประสิทธิผลของกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ในการพัฒนางานบริการนวดไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก่อนและหลังการดำเนินการพัฒนา 2) ระดับความพึงพอใจในบริการนวดไทยของกลุ่มตัวอย่างทั้งก่อนและหลังการใช้กลยุทธ์การตลาด มีระดับความพึงพอใจไม่เปลี่ยนแปลง โดยรวม 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก และแยกรายด้านพบว่า (1) ด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ อยู่ในระดับมาก (2) ด้านราคา/ค่าบริการ อยู่ในระดับมาก (3) ด้านสถานที่และสิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับมาก และ (4) ด้านการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ อยู่ในระดับปานกลาง 3) ค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจของผู้รับบริการนวดไทย ภายหลังการใช้กลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทย โดยรวมและแยกรายด้านทั้ง 4 ด้าน สูงขึ้นกว่าก่อนการใช้กลยุทธ์การตลาด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 4) จำนวนผู้รับบริการนวดไทย รายใหม่ (คน) ไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่ระดับนัยสำคัญ .05 5) จำนวนการให้บริการนวดไทย (ครั้ง) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 โดยมีสมการแนวโน้ม คือ y = 770.17 + 21.20x และ 6) ความถี่ในการมาใช้บริการนวดไทย (ครั้ง/คน) ไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่ระดับนัยสำคัญ .05

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด.(2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครัง้ ที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

ปานเรขา ชนะรัตน์. (2546). การบริหารจัดการการนวดแผนไทยเชิงธุรกิจ: การตลาดและการบริการ. วิทยานิพนธ์ศิลป ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารงานวัฒนธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ยุทธศิลป์ แก้วมุกดา.(2552). กลยุทธ์การตลาดสำหรับการนวดไทยในศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี.วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการระบบสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วัชราภรณ์ อักษรแหลม.(2547). กลยุทธ์ทางการตลาดที่มีผลต่อการใช้บริการสปา.วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคาแหง.

สรินหทัย ศักดิ์กุลพิทักษ์. (2550). ส่วนประสมทางการตลาดของธุรกิจสปาที่ลูกค้าต้องการ.รายงานการศึกษาอิสระปริญญา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2555). รายงานเอกสารการโอนเงินแยกตามหน่วยงาน. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2555.จากURL http://ucapps1.nhso.go.th/budgetreport/budgetSummaryByVendorReport.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2555). แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

Baker, Dwayne A. and John L. Crompton. (2000). “Quality, Satisfaction and Behavioral Intention,” Annuals of Tourism Research. 27(3), 210.

Berkowitz, E. N. and others. (2000). Marketing. 6th ed. Boston: McGraw – Hill.

Kemmis, S. and R. McTaggart. (1990). The Action Research Planner. Victoria : Brown Prior Anderson National Library of Australia Catalouging In Publication Data.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-12-01

รูปแบบการอ้างอิง

กอมะณี ไ., ใจการุณ ส., & วงษ์เหลา เ. (2016). กลยุทธ์การตลาดในการพัฒนางานบริการนวดไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 5(2), 85–98. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/162416

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ