พฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์ต่อการดูแลสุขภาพตนเองของ อสม. ในเขตเทศตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง, อสมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นแบบภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและ การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของ อสม. แบบสอบถามแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป 2) การรับรู้เกี่ยวกับการรับรู้การดูแลตัวเอง 3) พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 160ราย สุ่มตัวอย่างแบบจับฉลาก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาความสัมพันธ์โดยใช้ค่าไคสแควร์ ผลการศึกษา พบว่า เป็นเพศหญิงร้อยละ 63.8 ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 51 – 60 ปี ร้อยละ 34.9 สถานภาพสมรส ร้อยละ 74.4 ระดับการศึกษาชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 66.3 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 52 ประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่ อสม. อยู่ในระหว่าง 16-20 ปี ร้อยละ 21.7 การการรับรู้ประโยชน์ของการดูแลตนเองอยู่ในระดับรู้มาก การรับรู้อุปสรรคในการดูแลตนเอง อยู่ในระดับดี การรับรู้ ความสามารถการดูแลสุขภาพของตนเองอยู่ในระดับดี พฤติกรรมการดูแลตัวเองทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม อยู่ในระดับดี ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง พบว่า เพศมี ความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง ด้านร่างกาย ช่วงอายุมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแล ตัวเองด้านจิตใจ ด้านสังคม การการรับรู้ประโยชน์ของการดูแลตนเองความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตัวเองด้านสังคมที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05
เอกสารอ้างอิง
เบญจมาศ นาควิจิตร. (2551). ปัจจัยทางจิตสังคมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและความสุขของ ผู้สูงอายุของโรงพยาบาลสังกัดสา นักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เบญจมาศ สุขศรีเพ็ง. (2551). แบบจำลองการวางแผนส่งเสริมสุขภาพ. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2558, จาก https://www.gotoknow.org/posts/115416.
แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนา-เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559). หน้า 7.
ภัสราวลัย ศีติสารและคณะ. (2556). “ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ โรงพยาบาลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา,” วารสารสาธารณสุขล้านนา. 9 (2) : 120-136.
วัชรี แก้วสา. (2553). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของหญิงมีครรภ์ในอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา สถาบันราชภัฎเลย.
สานักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2556). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของประชากรไทย. กรุงเทพฯ : สานักงานสถิติแห่งชาติ.
สุนีย์ ชมพูนิชและบัวทอง กรสุวรรณเลิศ. (2553). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ของสตรีอายุ 35 – 59 ปี ในเขตตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี,” วารสารระบบสุขภาพ. 5 (10) : 30 – 35.
อรุณรัตน์ สารวิโรจน์และกานดา จันทร์แย้ม. (2557). “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่,” วารสารวิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์. 35, 2 : 223 – 234.
Pender, N.J. (2006). Health Promotion in Nursing Practice. New Jersey: Upper Saddle River.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น