ผลของการออกกำลังกายด้วยโยคะหัวเราะต่อการลดความเครียดของ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยโยคะหัวเราะ, ความเครียด, นักศึกษาพยาบาลบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบความเครียดของกลุ่มทดลองก่อนและหลังได้รับโปรแกรม 2) เปรียบเทียบความเครียดของกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมหลังได้รับโปรแกรม และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มทดลองที่ได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มทดลอง เป็นนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุมเป็นนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชธานี จำนวน 30 คน ผู้วิจัยทำการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบวัดความเครียดสวนปรุง (SPST-20) และ (2) แบบประเมินความพึงพอใจ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยโยคะหัวเราะ สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และ t-test ผลการศึกษา พบว่า ความเครียดของกลุ่มทดลองก่อนและหลังได้รับโปรแกรมฯ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ความเครียดของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังได้รับโปรแกรมฯ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 ส่วนความพึงพอใจในภาพรวมของกลุ่มทดลองต่อการเข้าร่วมโปรแกรมฯ อยู่ในระดับมาก ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะไม่มีความแตกต่างของการลดความเครียดเมื่อเปรียบระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง แต่การเข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยโยคะหัวเราะมีแนวโน้มลดความเครียดของนักศึกษาพยาบาลได้
เอกสารอ้างอิง
กัญญ์สิริ จันทร์เจริญ และสุกันยา นัครามนตรี. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคมกับทักษะชีวิตของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาล ศาสตรบัณฑิต. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 3(2): 85-99.
เกียรติศักดิ์ อองกุลนะ. (2551). ผลของการใช้โปรแกรมการจัดการความเครียดโดยการคิดแบบอริยสัจสี่และการบริหารร่างกายแบบโยคะ ต่อพฤติกรรมการจัดการความเครียดและระดับความเครียดของนักศึกษาพยาบาล. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.
มณฑา ลิ้มทองกุล และสุภาพ อารีเอื้อ. (2552). แหล่งความเครียดวิธีการเผชิญความเครียดและผลลัพธ์การเผชิญความเครียด ของนักศึกษาพยาบาลในการฝึกภาคปฏิบัติครั้งแรก. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 12(1): 1-8.
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคณะ. (2545). แบบวัดความเครียด. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข,.
อาภรณ์ ภู่พัทธยากร. (2554). ผลของการฝึกโยคะพื้นฐานต่อสมรรถภาพทางกายและความเครียดของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี ตรัง. ตรัง: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง.
Farifteh, S., Mohammadi-Aria, A., Kiamanesh, A., & Mofid, B. (2004). The impact of laughter yoga on the stress of cancer patients before chemotherapy. Iranian Journal of Cancer Prevention. 4: 179-83.
Lazarus, R.S., & Folkman, S. (1984). Stress, Appraisal and Coping. New York: Springe Publishing.
Madan K. (2002). Laugh for no reason. 2nded. Mumbai: International.
Madan K. (1995). The Best Medicine,' from Reader's Digest. (online) (อ้างเมื่อ 9 มกราคม 2560) จาก http://myhero.com/hero.asp?hero=kataria, 1995.
Masoudi Alavi N. (2014). Self-efficacy in nursing students. Nursing and Midwifery Studies. 3(4): e25881.
Norman, G. R. & Streiner, D. L. (2002). Biostatistics: The bare essential. 2nd ed. Hamilton: B.C. Decker.
Sharif, F., & Masoumi S. (2005). A qualitative study of nursing student experiences of clinical practice. BioMed Central Nursing. 4(6): 1-7.
Texier L, Jessica A. (2017). The use of laughter yoga to decrease stress and improve coping nursing students. [internet]. [cited 2017 Jan 19]: Available from: https://www.nursinglibrary.org/vhl/bitstream/10755/338634/2/JLeTexier_DNP8020_La ughter+Yoga+Manuscript.pdf
Woodbury-Fariña, M. A., & Schwabe, M. M. (2015). Laughter yoga: benefits of mixing laughter and yoga. Journal of Yoga & Physical Therapy. 5: 4-5.
Yazdani M, Rezaei S, Pahlavanzadeh S. (2014). The effect of laughter Yoga on general health among nursing students. Iranian Journal of Nursing and Midwifery Research. 19(1): 36–40.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น