ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเพศศึกษาของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาสาธารณสุขชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
ความรู้, ทัศนคติ, เพศศึกษา, สาขาสาธารณสุขชุมชน, นักศึกษาชั้นปีที่ 1บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเพศศึกษา ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาสาธารณสุขชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ตามตัวแปรเพศ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้กับทัศนคติเกี่ยวกับเพศศึกษา กลุ่มตัวย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาสาธารณสุขชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จำนวน 133 คน เป็นชาย 18 คน เป็น หญิง 115 คน ซึ่งมาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เป็นแบบทดสอบและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที (t-test) และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพัน์แบบเพียร์สัน (Pearson product moment correlation coefficient) ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาสาธารณสุขชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีความรู้ และทัศนคติ เกี่ยวกับเพศศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง โดยนักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเพศศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p=.000) ความรู้กับทัศนคติเกี่ยวกับเพศศึกษา มีความสัมพันธ์กันทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p=.000) โดยสรุปจำเป็นอย่างยิ่งที่สถานศึกษาต้องจัดกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาอย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน และรอบด้าน โดยเน้นพัฒนาการแต่ละช่วงวัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ในการให้ความรู้ ส่งเสริมทัศนคติที่ดี และ มีทักษะที่จำเป็นต่อการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตที่งดงาม เหมาะสมกับวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กิตติยา ศรีสงคราม. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติต่อการมีเพศสัมพันธุ์ในวัยรุ่น กรณีศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ในปีการศึกษา2557. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
มณฑิชา รักศิลป์. (2556). เอกสารประกอบการเรียนการสอน อนามัยเจริญพันธุ์. อุบลราชธานี: คณะสาธารสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี.
มณฑิชา รักศิลป์. (2558). เอกสารประกอบการเรียนการสอน อนามัยเจริญพันธุ์. อุบลราชธานี: คณะสาธารสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี.
ศิรินรา บุดดานอก. (2552). การเปรียบเทียบเจตคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนและพฤติกรรม บริโภคนิยมของนิสิตนักศึกษาในจังหวัดมหาสารคามที่มีเพศชั้นปีและความเชื่อมั่นในตนเองต่างกัน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหาสารคาม.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2558). สถานการณ์อนามัยการ เจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน พ.ศ. 2555. เข้าถึงได้จาก http://rh.anamai.moph.go.th/home.html
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2557A). การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนโยบายแนวทางการดำเนินงานและติดตามประเมินผล (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2557B). นโยบายและยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ แห่งชาติฉบับที่ 1 (พ. ศ. 2553-2557). เข้าถึงได้จาก http://rh.anamai.moph.go.th/home.html
สำนักระบาดวิทยา. (2551). การเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย พ.ศ. 2551. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
Krejcie, Robert V. and Daryle W. Morgan. (1970). Determining Sampling Size for Research Activities. Journal of Education and Psychological Measurement. 10(11): 308.
Mahmoud F. Fathalla, et al. (1988). Reproductive health global issues. London: the Parthenon Publishing group.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น