ผลของการให้สุขศึกษาก่อนการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพื่อจัดการความปวด ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • อัจฉราภรณ์ พิมพ์เพียง โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี
  • นพรัตน์ ส่งเสริม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • เผ่าไทย วงศ์เหลา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

การให้สุขศึกษา, การผ่าตัดหัวใจแบบเปิด, การจัดการความปวด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาผลของการให้สุขศึกษาก่อนการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพื่อจัดการความปวด ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 32 คน ที่ได้มาจากการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 16 คน โดยกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ โดยการดูวีดีทัศน์เพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มทดลองได้รับการให้สุขศึกษาและคู่มือการจัดการความปวดก่อนผ่าตัด 1 วัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นโดยหาค่าสัมประสิทธิ์ของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ สถิติ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่า (1) กลุ่มทดลองที่ได้รับการให้สุขศึกษาควบคู่กับคู่มือมีการจัดการความปวดดีกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (2) กลุ่มทดลองมีระดับความปวดภายหลังการผ่าตัดในวันที่ 1, 2 และ 3 ไม่แตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ (3) กลุ่มทดลองมีความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การวิจัยครั้งนี้ในขั้นตอนการเตรียมแผนสุขศึกษา มีการจัดเตรียมเนื้อหาโดยการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ตลอดจนประสบการณ์การทำงานเพื่อนำมาบอกเล่าอธิบาย การสอนสุขศึกษาร่วมกับการใช้คู่มือโดยการเขียนเนื้อหาที่กะทัดรัดและมีความสมบูรณ์ในตัวเอง ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย ช่วยในการแก้ไขข้อข้องใจเมื่อผู้ป่วยเกิดปัญหาที่ต้องการคำอธิบาย หรือต้องการหาความรู้บางอย่างเพื่อให้ได้คำตอบอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยสามารถจัดการความเจ็บปวดด้วยตนเองได้ดี ดังนั้น ผู้ป่วยกลุ่มทดลองหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดจึงมีการจัดการความปวดและมีระดับความพึงพอใจมากกว่ากลุ่มควบคุม อันเนื่องมาจากผู้ป่วยรู้สึกว่าได้รับความใส่ใจจากทีมสุขภาพที่ดูแลและเมื่อเกิดความไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้ทันที ทำให้คลายความกังวล ความกลัว และอุ่นใจเมื่อเข้ารับการรักษา

เอกสารอ้างอิง

เกศินี สมศรี. (2547). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความวิตกกังวลความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานในผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เกศินี รัตนมณี. (2549). ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมอย่างมีแบบแผนร่วมกับการฟังดนตรีต่อระดับความเจ็บปวดขณะมีกิจกรรมของผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จรรยา หมื่นรังสี. (2554). ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการจัดการความปวดในผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตศัลยกรรมทรวงอกหัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. การศึกษาค้นคว้าอิสระพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

จีรพร อินนอก. (2551). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความปวดและความทุกข์ทรมานในผู้ป่วยผ่าตัดช่องท้อง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ทิศากร สุทธิประภา. (2556) .ศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการอาการต่อความปวดขณะทำกิจกรรมลุกนั่งของผู้ป่วยภายหลังทำผ่าตัดหัวใจแบบเปิดภายใน 48 ชั่วโมงแรก. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรรณี ไพศาลทักษิณ. (2540). ความสุขสบายในผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้อง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์ศัลยศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นันทา เล็กสวัสดิ์. (2542). รายงานการวิจัยเรื่องความทุกข์ทรมานของผู้ใหญ่หลังผ่าตัดใหญ่. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

แววดาว คำเขียว. (2551). ผลของดนตรีต่อการลดปวดในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจทรวงอกและหลอดเลือดโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. การศึกษาค้นคว้าอิสระพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วิจิตร อาวกุล. (2534). การประชาสัมพันธ์หลักการและวิธีปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี, โรงพยาบาล. สถิติผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจทรวงอกและหลอดเลือดโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจทรวงอกและหลอดเลือด (2551-2555). อุบลราชธานี : โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี.

สุดกัญญา พัทวี. (2541). ประสบการณ์ความปวดและการจัดการกับความปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจและทรวงอกชนิดผ่ากลางกระดูก สันอก. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุธาทิพ เกษตรลักษมี. (2548). ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูลก่อนผ่าตัดร่วมกับการนวดกดจุดสะท้อนที่เท้าด้วยน้ำมันหอมระเหยต่อกลุ่มอาการไม่สบาย ในผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิด. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อุราวดี เจริญไชย. (2541). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับวิธีการความรู้สึกและคำแนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อความวิตกกังวลความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

Auquier, P. et al. (2005). Development and validation of a perioperative satisfaction questionnaire. Anesthesiology. 6: 1116-1123.

Ali, I. M., El-shanafi, S., Kinley, E. C., and Clark,V. (2000). Subtotal median sternotomy for heart surgery. European journal of cardio-thoracic surgery. 17: 255-258.

Ashburn, M. A. and Ready, B. (2001). Postoperative pain. In J. D. Loeser, S. H. Butler, C. R. Chapman, & D.C.Turk (Eds.), Bonica’s management of pain. 3rded. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.

Bostrom, B., Sandh,M., Lundberg,D., and Fridlund, B Cancer . (2004). patient’s experiences of care related to pain management before and after palliative care referral. European Journal of Cancer Care. 13: 238-245.

Carlson, J., and others. (2003). Is patient satisfaction a legitimate outcome of pain management. Journal of Pain and Symptom Management. 25: 264-275.

Farhat, F., Lu, Z., Lefervre, M., Montagna, P., Mikaeloff, P., and Jegaden, O. (2003). Prospective comparison between total sternotomy and ministernotomy for aortic valve replacement. Journal of cardiac surgery 18: 396-401.

Jensen, M. P. et al. (2005). The meaning of pain relief in a clinical trial. The Journal of Pain. 6: 400-406.

Lamarche,D.,Taddeo,R. and Pepler,C. (1998). The preparation of patients for cardiac surgery. Clinical Nursing Research. 7: 390-405.

Lovatsis, D., Jose, J. B., Tufman, A., Drutz, H. P., & Murphy, K. M. (2007). Assessment of patient satisfaction with postoperative pain management after ambulatory gynecologic laparoscopy. Journal Obstetrics Gynecology Canada. 29,8: 664-667.

Lenz, E. R., Pugh, L. C., Milligan, R. A., Gift, A. G., and Suppe. (1997). The middle range theory of unpleasant symptoms: an update. Advances in Nursing Science. 17,3: 1-13.

Leventhal, H., and Johnson, J. E. (1983). Laboratory and field experiment of a theory of self-regulation. In Behavioral Science and Nursing Theory. Wooldridge ,P.T., et al. (eds), St. Louis: The C.V. Mosby Co, pp.189-282.

Macintyre, P. E.,and Schug. (2007) “Safety and efficacy of patient-controlled analgesia,” British Journal of Anaesthesia. 87,1: 36-46.

Milgrom, L. B., Brooks, J. A., Qi, R., Bunnell, K., Wuestefeld, S., & Beckman, D. (2004). “Painlevels experienced with activities after cardiac surgery,” American Journal of Critical Care. 13: 116-125.

Miller, K. M. and Perry, P. A. (1990) Relaxation technique and postoperstive pain in patient undergoing cardiac surgery. Heart & Lung. 19: 136-146.

Mueller, X. M. et al. (2000). Impact of duration of chest tube drainage on pain after cardiac surgery. European journal of cardio-thoracic surgery. 18: 570-574.

Sjoling, M. et al. (2003). The impact of preoperative information on state anxiety, postoperative pain and satisfaction with pain management. Patient Education and Counseling. 511: 69-176.

Smeltzer, S.C. and Bare, B. G. (Eds.). (2004). Pain management. Medical-surgical nursing.10thed. Philadelphia: Lippincott. 216-245.

Tack BB, Gilliss CL. (1992). Nurse-monitored cardiac recovery: A description of the first 8 weeks. Heart and Lung 1990. 19: 491-499.

Watt-Watson, J., Stevens, B., Garfinkel, P., Streiner, D., & Gallop, R. (2001). Relationship between nurse, spain knowledge and pain management outcomes for their postoperative cardiac patients. Journal of Advanced Nursing. 36,4: 535-545.

Yorke, J., Wallis, M., and Mclean, B. (2004). Patients’ perceptions of pain management after cardiac surgery in an Australian critical care unit. Heart & Lung. 33,1.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-06-01

รูปแบบการอ้างอิง

พิมพ์เพียง อ., ส่งเสริม น., & วงศ์เหลา เ. (2018). ผลของการให้สุขศึกษาก่อนการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพื่อจัดการความปวด ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 7(1), 161–171. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/162802

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ