ความเข้มข้นของปริมาณฝุ่นละอองที่สามารถหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้และปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อภาวะสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน ในโรงกำจัดขยะเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
คำสำคัญ:
ฝุ่นละอองที่สามารถหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้, ภาวะสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน, โรงกำจัดขยะบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่อาจหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ โดยใช้เครื่องเก็บตัวอย่างอากาศ ชนิด Personal air sampler คำนวณหาปริมาณฝุ่นละอองเฉลี่ยใน 8 ชั่วโมง และหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่อาจหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับภาวะสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในโรงกำจัดขยะเทศบาลเมืองศรีสะเกษ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และตรวจสมรรถภาพปอดผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 27 คน
ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณฝุ่นละอองไม่เกินค่ามาตรฐานของคณะกรรมการด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา ผลตรวจสมรรถภาพปอด ปกติ ร้อยละ 25.93 ผิดปกติ ร้อยละ 74.07 โดยพบความผิดปกติชนิดมีการจำกัดการขยายตัวของปอดระดับเล็กน้อย ร้อยละ 40 ระดับปานกลาง ร้อยละ10 และชนิดมีการอุดกั้นของปอดระดับเล็กน้อย ร้อยละ 45.00 ระดับมาก ร้อยละ 5
ข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการศึกษาหัวหน้างาน หรือผู้บังคับบัญชาควรจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานสำหรับผู้ปฏิบัติงานในโรงกำจัดขยะ และควรมีการศึกษาเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในโรงกำจัดขยะเพื่อหาความเสี่ยงด้านชีวภาพของผู้ปฏิบัติงานในโรงกำจัดขยะ นอกจากนี้ ควรมีการศึกษาแบบต่อเนื่องและเก็บข้อมูลระยะยาวทุกสภาพอากาศและฤดูกาล เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558a). แนวทางการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จากมลพิษทางอากาศ กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2558b). เอกสารประกอบการดำเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรื่อง มลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
นันทา มาระเนตร์ และคณะ. (2541). ค่ามาตรฐานสมรรถภาพการทำงานของปอดในประชากรไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
พิชัย ศิริสุโขดม. (2557). ปริมาณฝุ่นละอองและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานในโรงงานอาหารสัตว์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ลัดดาวรรณ์ ดอกแก้ว. (2558). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอาการระบบทางเดินหายใจและสมรรถภาพปอด ในกลุ่มพนักงานเก็บขนขยะของกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศูนย์ฝึกและสาธิตบริการอาชีวอนามัย กองอาชีวอนามัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2545). คู่มือการใช้เครื่องมือทางด้านอาชีวเวชศาสตร์. สมุทรปราการ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.
สมเกียรติ วงษ์ทิม และคณะ. (2542). ตำราโรคปอด 1 โรคปอดจากสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมรักษ์ รอดเจริญ. (2558). พฤติกรรมการทำงานและการได้รับปริมาณฝุ่นละอองของแรงงานในอุตสาหกรรมไม้เทพทาโร จังหวัดตรัง. ตรัง: เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย.
สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย&กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม, โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, กรมการแพทย์, กระทรวงสาธารณสุข. (2557). แนวทางการตรวจและแปลผลสมรรถภาพปอดด้วยวิธี สไปโรเมตรีย์ในงานอาชีวอนามัย. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
สุภาณี จันทร์ศิริ. (2557). สภาวะฝุ่นละอองในสิ่งแวดล้อมการทำงานและสภาวะสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพหัตถกรรมหมอนขิด กรณีศึกษา: ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อเนกศิริ โหราชัย. (2555). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดอาการที่เฝ้าระวังกับปริมาณมลพิษในอากาศ5ชนิดในช่วงที่มีปัญหาหมอกควันปี 2555 กรณีศึกษาพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่. นนทบุรี: กรมอนามัย.
ACGIH. (2001). Threshold Limit Values for Chemical Substances and Physical Agents and Biological Exposure Indices. 1330 Kemper Meadow Drive, 6500 Glenway Building D - 7, Cincinnati.
NIOSH, T. N. I. for O. S. and H. (1998). Particulates not otherwise regulated, Respirable 0600.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น