การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน รอบอุทยานบึงบัว จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • วราทิพย์ แก่นการ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม, การมีส่วนร่วมของชุมชน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทชุมชน ปัญหาการจัดการ ความต้องการ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบอุทยานบึงบัว จังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Planning) การปฏิบัติการ (Action) การพัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation) และใช้เทคนิคกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (Appreciate Influence control: A-I-C) กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีส่วนได้เสียในชุมชน และนักท่องเที่ยว ใช้การเก็บข้อมูลแบบวิธีผสมผสาน (Mixed Methods) ระหว่างวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปริมาณ

ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ชุมชนมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมหลากหลายอันสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่บ่งบอกความเป็นตัวตนคนอีสาน มีสถาปัตยกรรมโบราณที่น่าสนใจอันอุดมไปด้วยคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม ความต้องการพัฒนาการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมในด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว มากที่สุด ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาการจัดการแหล่งท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมของประชาชนท้องถิ่นมีร่วมมากที่สุดในกิจกรรมการรักษาและสืบสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการมีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยว โดยมีส่วนร่วมน้อยที่สุดในการเป็นกรรมการที่มีบทบาทในการจัดการท่องเที่ยว

สรุป ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐควรส่งเสริมสนับสนุนด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือของเครือข่ายเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

Angelos, R. (2016). Medical Tourism Industry Valued at $439B –Poised for 25% Year-over Year Growth by 2025. [online]. from http://www.traveldailnews. asia/columns/article/50158/medical-tourism-industry-valued-at. [Available 17 December 2017]

Asavarojkul, S. (2012). Attitudes, motivation, behavior, needs and intention of Thai Tourists and Foreign tourists toward health tourism. Research project. M.B.A. Bangkok: Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University.

Chaiyos, W. (2009). Public relations strategies and perception on new tourist attractions in Northeast Thailand. Proceedings Graduate Research Conference in Communication Arts 2010. 472-479.

Global spa summit. (2011). Wellness tourism and medical tourism: Where do spa fit? Global spa summit. Bali: Indonesia.

Hunter-Jones, P., Blackburn, A. (2007). Understanding the relationship between holiday taking and self-assessed health: an exploratory study of senior tourism. International Journal of Consumer Studies, 31(5), 509-516.

Jittangwatana B. (2006). The development and conservation of tourism attraction. Bangkok: Press and Desing Co.,Ltd.

Kasikorn Research Center. (2012). ASEAN’s Health Tourism. [online]. from http://www.thai-aec.com/616. [Available 12 May 2018]

Yadollah, M., Sheida, M., Zahra, H., Nooshin, M. (2013). The factors in development of health tourism in Iran. International Journal of Travel Medicine and Global Health, 1(3), 113-8.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-02-08

รูปแบบการอ้างอิง

แก่นการ ว. (2019). การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน รอบอุทยานบึงบัว จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 7(2), 185–194. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/171155

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ