การปนเปื้อนของจุลชีพบนพื้นผิวในรถพยาบาลฉุกเฉิน

ผู้แต่ง

  • ณัฐจิต อ้นเมฆ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  • โกศิล ปราบณรงค์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  • ฐิชาดา ประชุมวรรณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  • ศันศนีย์ ศรีไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

รถพยาบาลฉุกเฉิน, การปนเปื้อนจุลชีพ, วิธีการทำความสะอาด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณการปนเปื้อนของแบคทีเรียและราภายในรถพยาบาลฉุกเฉิน จาก 2 โรงพยาบาล จำนวน 5 คัน โดย 1) ทำการเก็บตัวอย่าง 10 ตำแหน่ง ด้วยวิธีการป้ายพื้นผิว (Swab) ก่อนและหลังการทำความสะอาดรถพยาบาลฉุกเฉิน 2) ประเมินวิธีการทำความสะอาดรถ และความเสี่ยงการได้รับสัมผัสของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในรถพยาบาลฉุกเฉิน

ผลการศึกษาพบว่า รถของโรงพยาบาล A มีปริมาณแบคทีเรียมากที่สุดทั้งก่อนและหลังทำความสะอาด โดยพบที่ตำแหน่งพวงมาลัยมากที่สุด คือ 64.15x104 CFU/m2 และ 35.17x104 CFU/m2 ตามลำดับ รถของโรงพยาบาล B มีปริมาณรามากที่สุด โดยในบริเวณถังออกซิเจนเป็นตำแหน่งที่มีปริมาณรามากที่สุดทั้งก่อนและหลังทำความสะอาด ซึ่งการทำความสะอาดภายในรถทำให้ทั้งปริมาณราและแบคทีเรียลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญที่ α=0.05 แบคทีเรียที่พบส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรียรูปแท่งแกรมลบซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีแนวโน้มก่อโรคและชนิดของราที่มีพบคือกลุ่ม Aspergillus

ผลการประเมินทั้งหมดพบว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มหรือลดลงของปริมาณจุลชีพ เนื่องจากการปนเปื้อนส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ เช่น วิธีการทำความสะอาดรถ ความถี่ในการทำความสะอาด และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง

Anaissie EJ, Stratton SL, Dignani MC, Summerbell RC, Rex JH, Monson TP, et al. (2002). Pathogenic Aspergillus Species Recovered from a Hospital Water System: A 3-Year Prospective Study. Clinical Infectious Diseases. 34(6): 780–789.

Claus D. (1992). A standardized Gram staining procedure. World J Microbiol Biotechnol. 8(4): 451–2.

Concepts C, Peleg AY, Hooper DC. (2010). Hospital-Acquired Infections Due to Gram-Negative Bacteria. N Engl J Med. 13;362(19): 1804-13.

Hargreaves M, Parappukkaran S, Morawska L, Hitchins J, He C, Gilbert D. (2003). A pilot investigation into associations between indoor airborne fungal and non-biological particle concentrations in residential houses in Brisbane, Australia. Sci Total Environ. 312 (1–3): 89–101.

Lowe JJ, Hewlett AL, Iwen PC, Smith PW, Gibbs SG. (2013). Evaluation of Ambulance Decontamination Using Gaseous Chlorine Dioxide. Prehospital Emerg Care. 17(3): 401–8.

Lucia M, Bouzada M, Silva VL, Augusto F, Moreira S, Silva GA, et al. (2010). Antimicrobial resistance and disinfectants susceptibility of persistent bacteria in a tertiary care hospital. Journal of Microbiology and Antimicrobials. 2(8): 105-112.

Sanmartín P, DeAraujo A, Vasanthakumar A, Mitchell R. (2015). Feasibility study involving the search for natural strains of microorganisms capable of degrading graffiti from heritage materials. Int Biodeterior Biodegrad. 103: 186–190.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-08-26

รูปแบบการอ้างอิง

อ้นเมฆ ณ., ปราบณรงค์ โ., ประชุมวรรณ ฐ., & ศรีไทย ศ. (2019). การปนเปื้อนของจุลชีพบนพื้นผิวในรถพยาบาลฉุกเฉิน. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 8(1), 28–38. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/211516

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ