การพัฒนารูปแบบคุณภาพบริการคลินิกวาร์ฟาริน ตามเกณฑ์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
รูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรม, การปรับปรุงคุณภาพบริการ, คลินิกวาร์ฟารินบทคัดย่อ
คลินิกวาร์ฟารินเป็นระบบบริการที่จัดขึ้นในสถานบริการเพื่อการดูแลกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างมีคุณภาพ การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบคุณภาพบริการในคลินิกวาร์ฟารินตามเกณฑ์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี สุ่มตัวอย่างจากจากกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง, ผู้ป่วยและญาติ/ผู้ดูแล จำนวน 86 คน เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานคือ Wilcoxon Matched-pairs Signed rank testเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสนทนากลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการพัฒนาคุณภาพครั้งนี้ มี 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษารวบรวมข้อมูล 2) การแต่งตั้งคณะทำงาน 3) การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน 4) การวางแผนดำเนินงาน 5) ดำเนินการตามแผน 6) การสังเกต ติดตาม และ
7) ประเมินผล และถอดบทเรียน ภายหลังการดำเนินงาน พบว่า กลุ่มผู้ให้บริการมีการเปลี่ยนแปลงความรู้ การมีส่วนร่วมและความพึงพอใจในการจัดบริการเพิ่มขึ้น สำหรับกลุ่มผู้ป่วยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงความรู้ พฤติกรรมและความพึงพอใจต่อบริการดีขึ้น และกลุ่มญาติ/ผู้ดูแลพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงความรู้และความพึงพอใจต่อบริการดีขึ้นกว่าก่อนการพัฒนา และพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยที่มีค่าดัชนีวัดความแข็งตัวของเลือด หรือ INR อยู่ในช่วงปกติ (Therapeutic Range) เพิ่มมากขึ้นจาก ร้อยละ 41.67 เป็น 51.28 รวมทั้งทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรม ตามหลัก ECRS ได้แก่ การตัดขั้นตอน (Eliminate; E) การรวมขั้นตอน (Combine; C) การจัดลำดับ (Rearrange; R) และการทำให้ง่าย (Simplify; S)
สรุปได้ว่าปัจจัยด้านความสำเร็จที่สำคัญประกอบด้วย 1) ทิศทางนโยบายในการจัดตั้งคลินิกพิเศษสำหรับการดูแล warfarin 2) การเสริมสร้างศักยภาพของผู้ให้บริการที่มีทักษะและเทคนิคพิเศษในทีมสหสาขาวิชาชีพและ 3) รักษาทีมปฏิบัติงานตามหลักการ การพัฒนาและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
เกษร สังข์กฤษ, ทัศนีย์ แดขุนทด และอุไรวรรณ ศรีดามา. (2555). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 30(4): 96-108.
คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคหัวใจ และสำนักบริหารการสาธารณสุข. (2559). คู่มือการดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบสุขภาพสาขาหัวใจ เรื่อง การบริหารจัดการหน่อยดูแลผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin Clinic Management). ม.ป.ท, โอ-วิทย์ (ประเทศไทย).
เบญจรินทร์ สันตติวงศ์ไชย, วันทนีย์ กุลเพ็ง, อุบลวรรณ สะพู, บัญชา สุขอนันตชัย และยศ ตีระวัฒนานนท์. (ม.ป.ป). การประเมินต้นทุนอรรถประโยชน์ของการตรวจติดตาม PT-INR ด้วยระบบ Point of Care เพื่อปรับยา และเฝ้าระวังยาในผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด (วอร์ฟาริน). [ออนไลน์]. ได้จาก: ttp://www.hitap.net/wp- content/uploads /2016/11/Full_Report-Wafarin.pdf [สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2560].
ปฐวี โลหะรัตนากรและคณะ. (2559). ความรู้ในการใช้ยาวาร์ฟารินและการควบคุมค่า international normalized ratio เป้าหมาย ของผู้ป่วยนอก ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ศรีนครินทร์เวชสาร. 31(3): 257-265.
พุทธิดา จันทร์ดอนแดง. (2556). การพัฒนาคุณภาพบริการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหว้า อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มรกต ภัทรพงศ์สินธุ์. (2558). การเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟารินในโรงพยาบาลชัยภูมิ และโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชัยภูมิ. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 5(2): 112-119.
วิเศรษศิลปะ พันธ์นาคำ. (2552). ผลลัพธ์ทางคลินิกของการพัฒนาปรับปรุงงานในคลินิกวาร์ฟาริน โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน. วารสารอายุรศาสตร์อีสาน. 8(2): 42-50.
สรัญญา ตาธุวัน. (2556). การพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี. ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุมัทนา กลางคาร และวรพจน์ พรหมสัตยพรต. (2553). หลักการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ = Principle of Health Science Research. มหาสารคาม: สารคามการพิมพ์, 2553.
สุรกิจ นาทีสุวรรณ. (2559). การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทาน. กรุงเทพฯ: บริษัทประชาชน.
Kaizen. (1986).The Key To Japan's Competitive Success. Publisher: McGraw-Hill Education.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น