การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ กรณีศึกษา โรงเรียนผู้สูงอายุ วัดหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
elderly health promotion, elderly schoolบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุวัดหัวฝาย ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยมีท่านพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ซึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการ เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นวิทยากร และผู้วิจัยได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนและใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วมในกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content analysis)
โรงเรียนผู้สูงอายุวัดหัวฝายได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554 โดย มีกิจกรรมหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1. ด้านร่างกาย ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพของตนเอง มีการตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชน และผู้สูงอายุบางคนรับประทานสมุนไพรแทนการใช้ยาสามัญประจำบ้าน ส่วนการออกกำลังกาย ผู้สูงอายุมีการออกกำลังกายเป็นประจำด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามตารางสอน อาทิเช่น การรำไทเก๊ก เต้นแอโรบิค กิจกรรมเข้าจังหวะ ไม้พลอง ผ้าขาวม้า รำวงย้อนยุค ส่วนด้านอาหาร ผู้สูงอายุดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว รับประทานผักและผลไม้ ไม่ปรุงอาหารรสเค็มจัด งดปรุงอาหารด้วยผงชูรส 2. ด้านจิตใจ ผู้สูงอายุมีการบอกกับตนเองว่าปัญหา ทุกอย่างแก้ไขได้ และมีวิธีการคลายความเครียด โดยพูดคุยกับเพื่อน ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ อาทิเช่น การปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ และนอนพักผ่อน เป็นต้น 3. ด้านสังคม ผู้สูงอายุมีการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มีการสังสรรค์รับประทานอาหาร หรือพูดคุยกับเพื่อน และพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกัน ส่วนที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุมีการจัดเก็บหรือดูแลเครื่องใช้ ภายในบ้านให้เป็นระเบียบไม่เกะกะทางเดิน ให้สะอาดอยู่เสมอ 4. ด้านสุขภาพทางจิตวิญญาณ ผู้สูงอายุมีการยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มีความภาคภูมิใจเมื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะในทางพระพุทธศาสนา และมีรายได้จากงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่น ยาหม่อง ลูกประคบ พรมเช็ดเท้า และเครื่องจักสานต่างๆ 5. ด้านการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ผู้สูงอายุ เดินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ การระวังเป็นพิเศษเพื่อเดินขึ้นหรือลงบันได ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
จารี ศรีปาน. (2554). พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 6(2).123-130.
ปนัดดา พาลี. (2552). กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมในชุมชนบ้านโนนคูณ และบ้านโนนคำ ตำบลโนนค้อ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
ปราโมทย์ ประสาทกุล. (2557). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. ๒๕๕๖. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พลับชิง.
วิภาพร สิทธิสาตร์ และสุชาดา สวนนุ่ม. (2550). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน เขตความรับผิดชอบของสถานีอนามัยบ้านเสาหิน ตำบลวัดพริก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก.
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราชสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2550
สถาบันวิจัยสังคมและประชากร. (2557). การสูงวัยของประชากร พ.ศ.2557. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2557). รายงานผลเบื้องต้น สำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
องค์การอนามัยโลก. (1994). Primary Health Care: Report of the International Conference on Primary Health Care. Retrieved From: https://whqlibdoc.who.int/publications/9241800011.pdf (2015, July 7)
อรวรรณ แผนคง และสุนทรีย์ คำเพ็ง. (2551). ผลของการสร้างเสริมสุขภาพโดยใช้ชุมชนเป็นฐานต่อพฤติกรรมการสร้างเสริม สุขภาพของผู้สูงอายุและความพึงพอใจในการมีส่วนร่วมของผู้ดูแลผู้สูงอายุ. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 16(1), 1-13.
National Center for Chronic Disease Prevention and Health Promotion. (2009). Improving health and quality of life for all people. Available from https://www.cdc.gov/aging (22, July 2015)
Pender, N.J. (1987). Health Promotion in nursing practice. 2nd ed. Connecticus : Appleton & Lange.
United Nations Development Programme. (2001). Human Development Report 2001. Oxford, NY: Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น