รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมในงานประจำ โรงพยาบาลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • ฐินันท์พัทธ์ รวมธรรม
  • สงครามชัย ลีทองดี
  • เมรีรัตน์ มั่นวงศ์

คำสำคัญ:

งานวิจัยและนวัตกรรม, รูปแบบการพัฒนา

บทคัดย่อ

การศึกษาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมการทำงานวิจัยและนวัตกรรมในงานประจำ โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรทางการพยาบาลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล จำนวน 140 คน เก็บรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ การรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้น ส่วนการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์และการประชุมกลุ่มเฉพาะ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

               ผลการวิจัย พบว่า กระบวนการในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาบริบทพื้นที่ วิเคราะห์ปัญหา และรวบรวมข้อมูล 2) แต่งตั้งคณะทำงาน 3) ประชุมวางแผนจัดทำแผนปฏิบัติการ 4) จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ตามแผนปฏิบัติการ
5) การสังเกตกิจกรรมที่ดำเนินการ 6) ประเมินผลและถอดบทเรียน กระบวนการดังกล่าวส่งผลให้ กลุ่มเป้าหมายมีการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้และแจงจูงใจ รวมถึงผลการประเมินสมรรถนะด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เปลี่ยนแปลงดีขึ้น รูปแบบการพัฒนาครั้งนี้ เรียกว่า LINK model กล่าวคือ เป็นองค์กรนวัตกรรม (Learning and Innovation organization) ที่เกิดจากการสร้างเครือข่ายและการจัดการความรู้ที่ดีและต่อเนื่อง (Network and Knowledge management) ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาระบบงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในโรงพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                โดยสรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จในการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือ การจัดการความรู้ที่เป็นระบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระหว่างกลุ่มผู้เรียนรู้ ส่งผลให้เกิดเครือข่ายด้านการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมในองค์กรอย่างเข้มแข็งเกิดขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กุลยารัตน์ ทัศมีและคณะ. (2553). ความตระหนักในคุณค่าภูมิปัญญาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ได้รับการสอนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในวิชาฟิสิกส์. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ฉลองรัฐ อินทรีย์. (2550). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชธานี. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ฉวีวรรณ ลิ่มสกุล. (2549). การพัฒนาตัวแบบการจัดการความรู้ของกลุ่มงานวิสัญญีวิทยาโรงพยาบาลตะกั่วป่า โดยการเทียบรอย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

ณัฐกานต์ นาคนัตถ์. (2552). ปัจจัยที่สนับสนุนการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ของข้าราชการและพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสิงห์บุรี. รายงานการวิจัย. ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.

รุ่งนภา อินภูวา. (2548). ความรู้และเจตคติที่มีต่อการวิจัยของบุคลากรมหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

วรรณพันธุ์ อ่อนแย้ม. (2552). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพการทำวิจัยจากงานประจำ ของพนักงานวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สงครามชัย ลีทองดี. (2558). การจัดการระบบสุขภาพ. ขอนแก่น: หจก.โรงพิมพ์นานาวิทยา.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2556). การพัฒนารูปแบบโดยประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. (2559). นโยบายของรัฐบาลได้กำหนดกรอบเป้าหมาย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ประเทศไทย 4.0. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

Kemmis, S. & McTaggart, R. (1988). The Action Research Reader. Australia: Victoria Deakin University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

รวมธรรม ฐ. . ., ลีทองดี ส. . ., & มั่นวงศ์ เ. . . (2019). รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมในงานประจำ โรงพยาบาลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 8(2), 186–194. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/240326

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ