พฤติกรรมการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้แต่ง

  • วิรยา บุญรินทร์
  • กวิสทรารินทร์ คะณะพันธ์

คำสำคัญ:

พฤติกรรม, การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร, มัธยมศึกษาตอนปลาย

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษาในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 2) ศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษาในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษาในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 324 คน สุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยการแบ่งชั้นและจับฉลาก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ
เชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 64.51) มีอายุ 16 ปี (ร้อยละ 34.57) และกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ร้อยละ 34.57) ปัจจัยนำ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย
อันควรอยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 58.64 รองลงมา มีความรู้อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 23.15 และมีความรู้ในระดับน้อย คิดเป็นร้อยละ 18.21 ตามลำดับ ปัจจัยเอื้อมี 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการรับรู้ข่าวสารและการได้รับคำปรึกษาจากบุคคลต่างๆ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีการรับรู้ข่าวสารและการได้รับคำปรึกษาจากบุคคลต่างๆ อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 88.89 และการรับรู้ข่าวสารจากบุคคลต่าง ๆ มีการรับรู้ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 83.33 ปัจจัยเสริม พบว่า การได้รับการสนับสนุนจากพ่อ แม่ เพื่อน บุคลากรสาธารณสุข โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีการได้รับการสนับสนุนจากพ่อ แม่ เพื่อน บุคลากรสาธารณสุข อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 80.00 พฤติกรรมการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียน พบว่า มีพฤติกรรมการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร โดยรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 66.67

จากผลการศึกษาดังกล่าวสามารถนำไปเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการหาแนวทางการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กรณีศึกษาในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การให้ข้อมูลข่าวสารและการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน และครอบครัว เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร สถาบันครอบครัว และสถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง ส่งเสริมทัศนคติที่ดีในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ และให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในกลุ่มวัยรุ่น

เอกสารอ้างอิง

กนิษฐา อินธิชิต, วิรยา บุญรินทร์.และแสงมณี วงศ์สุวรรณ. (2561). การบูรณาการข้อมูลปัญหาด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ. (รายงานการ

วิจัยฉบับสมบูรณ์). ศรีสะเกษ: มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ.

กรมสุขภาพจิต. สถานการณ์สภาพปัญหาวัยรุ่นคลินิกให้คำปรึกษาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมโรงพยาบาลศรีสะเกษ.(2560). สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม

, เข้าถึงได้จาก https://www.dmh.go.th.

ชัชนัย ติยะไทธาดา. (2555).ผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับ แรงสนับสนุนทางสังคมเพื่อการป้องกัน พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศและการป้องกัน การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

นลินี มุ่งสมัคร. (2554). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ของแกนนำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลาภู. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

นิธิพงศ์ ศรีเบญจมาศ, กิ่งแก้ว สำรวยรื่น, อนงนาฏ คงประชา และอรษา ภูเจริญ. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึง

ประสงค์ของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัย

ราชภัฏกำแพงเพชร ครั้งที่ 3 (ฉบับที่ 2), 260-272.

นุชรี จูมฟอง. (2557). ผลของโปรแกรมการเรียนรู้เพศศึกษาแนวใหม่ต่อพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของวัยรุ่นตอนต้น

ตำบลแสงสว่าง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

มณีรัตร์ ธีรวิวัฒน์, อิมามี และอนุชิต วรกา. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นหญิง กรณีศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

จังหวัดกาญจนบุรี.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. 46 (3), 284-298.

ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา. (2561). โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา. ข้อมูลเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560.

วิรยา บุญรินทร์. (2560). ตำราการส่งเสริมสุขภาพ. มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. จังหวัดศรีสะเกษ.

สุนีย์ กันแจ่ม,กุหลาบรัตน สัจธรรมม,อนามัย เทศกะทึก และวนัสรา เชาวน์นิยม (2560). ความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นชายกับเพื่อนหญิง.

วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 11 (ฉบับพิเศษ), 64-73.

สำนักสถิติสังคมสำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีใน 14 จังหวัดของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2559. ค้นเมื่อ 27

พฤศจิกายน 2561. เข้าถึงได้จาก www.nso.go.th.

สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถานการณ์การอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน นนทบุรี:กระทรวง สาธารณสุข.

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์. (2557). ข้อมูลจดทะเบียนการเกิดกลุ่ม

วิชาการและระบบสารสนเทศการจดทะเบียนสำนักบริการ ทะเบียน กรมการปกครอง. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2561, เข้าถึงได้จาก

: https://ict.moph.go.th.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-12-29

รูปแบบการอ้างอิง

บุญรินทร์ ว., & คะณะพันธ์ ก. (2020). พฤติกรรมการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตเทศบาลอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 9(2), 114–124. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/240638

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ