ผลของโปรแกรมการพยาบาลองค์รวมที่มีต่อการลดความวิตกกังวลในผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านม
คำสำคัญ:
การพยาบาลองค์รวม ความวิตกกังวล มะเร็งเต้านมบทคัดย่อ
ผลของโปรแกรมการพยาบาลองค์รวมที่มีต่อการลดความวิตกกังวลในผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านม
นางสาวกนกวรรณ เหล่าสาร*,มณฑิชา รักศิลป์**,ชวนชัย เชื้อสาธุชน***
*นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
**คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
**คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลโปรแกรมการพยาบาลองค์รวมที่มีต่อความวิตกกังวลในผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านม โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการพยาบาลองค์รวม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ที่เข้ารับการผ่าตัดเต้านมใน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม 2562 – ธันวาคม 2562 จำนวน 48 คน โดยการสุ่มแบบเป็นระบบ แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 24 คน และกลุ่มควบคุม 24 คน การทดลองใช้ระยะเวลา 6 เดือน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบทดสอบความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมและการปฏิบัติตน แบบวัดพฤติกรรมการปฏิบัติตน และแบบวัดความวิตกกังวลของผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบหาค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
- ผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีความวิตกกังวลในระดับปานกลาง
- ผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการพยาบาลองค์รวมมีความวิตกกังวล ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ
- ผู้ป่วยผ่าตัดมะเร็งเต้านมกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการพยาบาลองค์รวมมีความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมและการปฏิบัติตน และมีพฤติกรรมการปฏิบัติตนมากกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ
คำสำคัญ: การพยาบาลองค์รวม ความวิตกกังวล มะเร็งเต้านม
เอกสารอ้างอิง
เกศริน ปัดสาราญ. (2555). ผลของการให้ข้อมูลต่อการปรับตัวและความวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังผ่าตัด. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เยาวนาฏ เคนจันทา. (2557). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความวิตกกังวลในผู้ป่วย ก่อนผ่าตัดมะเร็งเต้านม. รายงานการศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
รัตนา เพิ่มเพ็ชร์ และเบญจมาภรณ์ บุตรศรีภูมิ. (2559). บทบาทของพยาบาลห้องผ่าตัด: การให้ข้อมูลในการเยี่ยมผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัด. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 22 (1): 9-20.
รัญณชา มังคละพลัง. ( 2560). ผลของการส่งเสริมสุขภาพตามแนวคิดของแพนเดอร์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุ ของศูนย์สุขภาพชุมชน อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (วารสารออนไลน์), 6 (2): 5-17.
นงค์นุช แนะแก้ว. (2560). การพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในหอผู้ป่วยวิกฤติโรคหัวใจ. เวชบันทึกศิริราช. 10 (2): 104-105.
ประทุม เสลานนท์ และเพ็ญปวีณ จตุรพิธโพธิ์ทอง. ( 2555). ศึกษาผลการเยี่ยมก่อนผ่าตัดทางโทรศัพท์ต่อระดับความวิตกกังวลของผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดก้อนเนื้องอกที่เต้านมแบบไม่พักค้างคืนในโรงพยาบาล. วารสารพยาบาลศิริราช. 5 (1): 29-39.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2559). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
อรวรรณ พรคณาปราชญ์. (2555 ). ศึกษาผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อความวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตวิทยาลัย คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจฉราภรณ์ พิมพ์เพียง. ( 2561). ผลของการให้สุขศึกษาก่อนการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพื่อจัดการความเจ็บปวดในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (วารสารออนไลน์), 7 (1): 161-177.
อิสรีย์ ศรีศุภโอฬาร และนรลักขณ์ เอื้อกิจ. (2559). ผลของโปรแกรมการตอบสนองความต้องการของครอบครัวผู้ป่วยวิกฤตต่อความวิตกกังวลของสมาชิกครอบครัวผู้ป่วยวิกฤต. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ (วารสารออนไลน์), 36 (3): 77-93.
อรุณศรี ชัยทองสกุล. (2558). ผลการให้ข้อมูลตามแนวทางการปฏิบัติของพยาบาลห้องผ่าตัดต่อความวิตกกังวลของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เข้ารับการผ่าตัดในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลสงขลา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2 (2): 29-40.
Association of Peri Operative Registered Nurses. (2013). Perioperative standards and recommended practices. Denver (CO): AORN.
Bray F, Ferlay J, Soerjomataram I, Siegel RL, Torre LA, Jemal A. Global cancer statistics 2018: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA Cancer J Clin 2018; 68: 394-424.
Ercl B, Sezgin S, Kacmaz Z. (2008). The impact of therapeutic relationship on preoperative and postoperative patient anxiety. Aust J Adv Nurs (serial online). 26: 59-66.
Ferlay J, Ervik M, Lam F, Colombet M, Mery L, Piñeros M, Znaor A, Soerjomataram I, Bray F (2018). Global Cancer Observatory: Cancer Today. Lyon, France: International Agency for Research on Cancer. Available from: https://gco.iarc.fr/today, accessed [23/03/2020].
Nigussie, S., Belachew, T., and Wolancho, W. (2014). Predictors of preoperative anxiety among surgical patients in Jimma University Specialized Teaching Hospital South Western. Ethiopia.BioMed Central Surgery. 14 (67): 2-10.
Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2006). Health promotion in nursing practice. 5th ed. New Jersey: Pearson Education, Inc.
Spielberger, C.D., Gorsurch, R., & Luschene, R. (1972). STAI Manual. California: Consulting Psychologists Press, Inc.
Spielberger CD, Gorsuch RL. (1983). Manual for thestate-trait anxiety inventory (STAI) for Y: selfevaluation questionnaire. Polo Alto, CA: Consulting Psychologists Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น