การตรวจสอบการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
การปลอมปน, สเตียรอยด์, ยาแผนโบราณ, เด็กซ่าเมทาโซน, เพรดนิโซโลนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบการปลอมปนและวิเคราะห์ปริมาณการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ชนิดเพรดนิโซโลน (prednisolone) และเด็กซ่าเมทาโซน (dexamethasone) ในยาแผนโบราณที่ได้จากแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ยาแผนโบราณ จำนวน 30 ตัวอย่างได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ทำการตรวจสอบการปลอมปนโดยใช้ชุดทดสอบสารสเตียรอยด์เบื้องต้นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยเทคนิค Thin-layer chromatography (TLC)
ผลการวิจัยพบว่า ตัวอย่างยาแผนโบราณในเขตจังหวัดอุบลราชธานีที่เป็นไปตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวนทั้งสิ้น 30 ตัวอย่าง แบ่งเป็นยาหอมบำรุงหัวใจ 5 ตัวอย่าง ยาแก้ไอ 7 ตัวอย่าง ยาแก้ปวดเมื่อย 18 ตัวอย่าง ตัวอย่างที่พบการปลอมปนสารสเตียรอยด์มีจำนวน 4 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างที่ 5 (ยาแก้ไอ) มีปริมาณการปลอมปนสารสเตียรอยด์ชนิดเพรดนิโซโลนมีค่าเท่ากับ 0.041 ± 0.005 มิลลิกรัมต่อกรัม ส่วนตัวอย่างที่ 9 (ยาหอมบำรุงหัวใจ), ตัวอย่างที่ 14 (ยาแก้ปวดเมื่อย) และตัวอย่างที่ 26 (ยาแก้ปวดเมื่อย) มีปริมาณการปลอมปนสารสเตียรอยด์ชนิดเด็กซ่าเมทาโซนมีค่าเท่ากับ 0.025 ± 0.005, 0.045 ± 0.006, 0.025 ± 0.007 มิลลิกรัมต่อกรัม ตามลำดับ
จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าตัวอย่างยาที่ได้จากรถเร่ ตลาดนัด แผงลอย หรือแม้กระทั่งร้านขายยาแผนโบราณบางร้าน มีการปลอมปนของสารสเตียรอยด์ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยาให้แก่ประชาชน
เอกสารอ้างอิง
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักยาและวัตถุเสพติด. (2552). ชุดตรวจสเตียรอยด์. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2563, จาก https://bdn.go.th
จริยา อัครวรัณธร และศรัณยพร กิจไชยา. (2557). โครงการสำรวจการปนเปื้อนสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณใน 9 จังหวัด. วารสารอาหารและยา, 21(3), 64-72.
จินดาพร ภูริพัฒนาวงษ์. (2538). การตรวจสอบสารเพรดนิโซโลนและเด็กซ์ซ่าเมทธาโซนในยาแผนโบราณ. วารสารสงขลานครินทร์, 17(2), 187-193.
ดวงทิพย์ อรัญดร, สรียา แซ่ลิ่ม, สิรินทิพย์ วิชญวรนันท์, อภิณัฐ คล้ายสถิต และกัญญา เดชอดิศัย. (2553). การศึกษาการปนปลอมของสารสเตียรอยด์ เพรดนิโซโลนและเด็กซ่าเมทธาโซน ในยาแผนโบราณในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ, 13(1), 21-29.
รุ่งทิพย์ แก้วอุ่น, ขนิษฐา ไทยคำนาม, พิภาภรณ์ สุทธิแสน, สโรชา วิสัย และบุญเลี้ยง สุพิมพ์. (2562). พฤติกรรมการใช้ยาต้านจุลชีพ: กรณีศึกษาประชาชนบ้านก้างปลา ตำบลชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเลย. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 8(2), 43-54.
วรธนัท สบายใจ, กุลวรรณ โสรัจจ์ และจำลอง วงษ์ประเสริฐ. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ใช้กระบวนการกลุ่มที่มีผลต่อพฤติกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 7(2), 6-17.
สิทธิชัย เนตรวิจิตรพันธ์ และรัตนวดี ณ นคร. (2556). กลไกการออกฤทธิ์ระดับโมเลกุลของ Glucocorticoid. วารสารโรคข้อและรูมาติสซั่ม, 24(3), 121-134.
สุภนัย ประเสริญสุข, กนกพร ธัญมณีสิน และเชิดชัย อริยานุชิตกุล. (2559). สถานการณ์การเลื่อนไหลและกลไกการจัดการปัญหาสเตียรอยด์ ในระดับ ต้นน้ำ. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 11(พิเศษ), 245-259.
อาภัย มาลินี. (2551).พฤติกรรมการใช้ยาแผนโบราณในชุมชน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม 2563, จากhttp://www.pharmyaring.com
อรอนงค์ โสดา, มนตรา ศรีษะแย้ม, อรรถพล รอดแก้ว. จิตศิริน ลายลักษณ์ และศศิภาวรรณ มาชะนา. (2560). การสำรวจสเตียรอยด์ในยาชุดและยาสมุนไพรใน ตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารเภสัชกรรมไทย. 9(1), 216-24.
Ericson-Neilsen W., & Kaye A.D. (2014). Steroids: pharmacology, complications, and practice delivery issues. Ochsner Journal, 14(2), 203-207.
Nathan R.A. (2011). Intranasal steroids in the treatment of allergy-induced rhinorrhea. Clinical reviews in allergy & immunology, 41(1), 89-101.
Oray M., Abu Samra K., Ebrahimiadib N., Meese H., & Foster C.S. (2016). Long-term side effects of glucocorticoids. Expert opinion on drug safety, 15(4), 457-465.
Van der Goes M.C., Jacobs J.W., & Bijlsma J.W. (2014). The value of glucocorticoid co-therapy in different rheumatic diseases-positive and adverse effects. Arthritis research & therapy, 16(2), 1-13.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น