การส่งเสริมทักษะสะท้อนคิดของนิสิตพยาบาลด้วยการเขียนบันทึกการเรียนรู้ ในรายวิชาประสบการณ์วิชาชีพ
คำสำคัญ:
ทักษะการสะท้อนคิด, บันทึกการเรียนรู้, การฝึกปฏิบัติการพยาบาลบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะการสะท้อนคิดของนิสิตพยาบาล ด้วยการเขียนบันทึกการเรียนรู้ ในรายวิชาประสบการณ์วิชาชีพ กลุ่มเป้าหมายใช้การเลือกแบบเจาะจง เป็นนิสิตพยาบาล ชั้นปีที่ 4 จำนวน 55 คน ที่ฝึกปฏิบัติการพยาบาล ในรายวิชาประสบการณ์วิชาชีพ ณ. โรงพยาบาลศูนย์แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพจากบันทึกการเรียนรู้ของนิสิตในการฝึกปฏิบัติงานในรายวิชาประสบการณ์วิชาชีพ นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สรุปประเด็นและแจงนับออกมาเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา เปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยแตกต่างโดยสถิติทดสอบวิลคอกซัน ไซจน์แรงค์
ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการทดลองกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนพฤติกรรมและระดับพฤติกรรมการสะท้อนคิดสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.001
ข้อแนะนำที่สำคัญของการส่งเสริมนิสิตเป็นผู้ที่มีทักษะในการสะท้อนคิด คือ อาจารย์ผู้นิเทศ จะต้องเตรียมความพร้อมของตนเองและทีม ให้ทิศไปในทางเดียวกัน เพื่อลดความสับสนในการประเมินการสะท้อนคิดของนิสิต
เอกสารอ้างอิง
กนกนุช ชื่นเลิศสกุล. (2544). การเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิด: การศึกษาและการปฏิบัติการพยาบาลในคลินิก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 9(2), 35-48.
กรรณิกา วิชัยเนตร. (2557). การสะท้อนคิด: การสอนเพื่อให้นักศึกษาพยาบาลพัฒนาการคิด.วารสารพยาบาลตำรวจ. 6(2), 188-199.
นธี เหมมันต์ และอภินันท์ สิริรัตนจิตต์. (2558). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในระดับอุดมศึกษา ที่สัมพันธ์กับ TQF. ค้นเมื่อ 7 มกราคม 2561 จาก URL: https://mgronline.com/daily/
นิภาพรรณ เจนสันติกุล. (2554). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: บทพิสูจน์ทางทฤษฏี.วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. 22 (1) 34-49.
ปิยาณี ณ นคร, ดนุลดา จามจุรี, ดรุณี ชุณหะวัต และมนัส บุญประกอบ. (2016). การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนากระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณในนักศึกษาพยาบาล. Rama Nurs J. 22 (2), 206-221.
สุมาลี พรหมชาติ. (2561). การสอนโดยเน้นการคิดสะท้อนเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านวิจัยในชั้น เรียนของนักศึกษาปริญญาตรีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์. 13(25), 93-102.
สุรศักดิ์ ตรีนัย. (2557). ศึกษาการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดในการปฏิบัติการพยาบาลเด็กขั้นสูง:ประสบการณ์ และผลลัพธ์การเรียนรู้ของนิสิตพยาบาลระดับบัณฑิตศึกษาการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม. วารสารพยาบาลทหารบก.15(2), 378-385.
อัศนี วันชัย, ชนานันท์ แสงปาก และยศพล เหลืองโสมนภา. (2560). การจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคการสะท้อนคิดในการศึกษาพยาบาล. วารสาร วิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 11(2), 105-115.
Connaughton, J., & Edgar, S. (2012). What is the relevance of reflective practice in undergraduate e-portfolios to professional work practices. 7 มกราคม 2561. URL: http://www. acen. edu.au/
Choy C. S., & Oo S. P. (2012). Reflective thinking and teaching practices: a precursor for incorporating critical thinking in to the classroom. International Journal of Instruction January. 5 (1), 167-182.
Dervent, F. (2015). The effect of reflective thinking on the teaching practices of preservice physical education teachers. Issues in Educational Research. 25(3), 260- 275. 7 มกราคม 2561. URL: http://www.iier.org.au/
Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. Beverly Hills. CA: Sage Publications.
Tsang, A. (2012). Oral health students as reflective practitioners: changing patterns of student clinical reflections over a period of 12 months. The Journal of Dental Hygiene. 86(2), 120-129. 7 มกราคม 2561. URL: https://onlinelibrary.wiley.com/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น