บทเรียนการดำเนินงานตามนโยบายดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว เขตสุขภาพที่ 7
คำสำคัญ:
การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว, ซิปโมเดล, เขตสุขภาพที่ 7บทคัดย่อ
การศึกษาเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการนำนโยบายดูแลสุขภาพระยะยาว (LTC) ในผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 ปี 2561โดยใช้แนวคิด CIPP Model และรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยศึกษาบทเรียนในจังหวัดขอนแก่น
ผลการศึกษาพบว่า 1) ด้านบริบทพบว่า เขตสุขภาพที่ 7 มีกระบวนการถ่ายทอดนโยบาย กำกับติดตามและประเมินผลผ่านการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และกรมอนามัยขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่าย ทำให้ผลการดำเนินงานได้ 76.52% ในระดับผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ผ่านเกณฑ์สูงสุด (97.87%) และ จังหวัดมหาสารคาม (83.45%) 2) ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่นำร่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นโดย JICA สนับสนุนตั้งแต่ปี 2556 จึงเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานในระดับประเทศและนานาชาติ 3) ด้านกระบวนการ เน้นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ดูแล (Care Giver: CG) และกลุ่มผู้จัดการ (Care manager: CM) มีการสนับสนุนงบประมาณการดูแลตามชุดสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนผู้ดูแลตามเกณฑ์ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นวิธีการบริหารจัดการงบประมาณโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นโครงการ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ แต่ปัจจุบัน สปสช. ได้มีการเรียนรู้และปรับปรุงพัฒนาเป็นคู่มือการทำงานที่ชัดเจน ทำให้เข้าร่วมโครงการถึง 90% 4) ด้านผลผลิต มีผลงานดีเด่นทั้งการบริหารจัดการ การทำงานของ CG และ CM แต่พบอุปสรรคในด้านงบประมาณที่จำกัด และการบริหารจัดการใช้จ่ายงบประมาณบางหมวดที่ยังไม่คล่องตัว
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว สามารถเป็นข้อพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน LTC ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). นโยบายรัฐบาลด้านผู้สูงอายุ.(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก; http://www.dop.go.th/download/laws/law_th_20152509145306_1.pdf ค้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552.เข้าถึงได้จาก: http://www.dop.go.th/th/laws/1/28/766 ค้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2562). ระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care : LTC) เข้าถึงได้จาก: http://eh.anamai.moph.go.th/ main.php?filename=LongTremCare . ค้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562.
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุ ปี 2560 . (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.dop.go.th/download/knowledge/th1552463947-147_0.pdf ค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562.
ฐิติวรรณ แสงสิงห์. (2556). การศึกษาวิถีชีวิตของผู้สูงอายุตามหลักพุทธธรรม: กรณีศึกษาชุมชนบ้านลือคำหาญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา; บัณฑิตวิทยาลัย; มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย;
ธัญญารัตน์ สิทธิวงศ์, (2562). สถานการณ์แนวโน้มของสถานะสุขภาพและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง. ใน วิวัฒน์ โรจนพิทยากร.(บรรณาธิการ). การสาธารณสุขไทย 2559 – 2560. (หน้า 38 – 83). กรุงเทพฯ :แสงจันทร์การพิมพ์ ; 2562.
บุษกร โลหะชุนและคณะ. (2551). ความน่าเชื่อถือของการประเมินผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองด้วยแบบประเมิน Modified Barthel Index ฉบับภาษาไทย.พุทธชินราชเวชสาร. 25 (3): 842-851.
ภาสกร สวนเรือง, อาณัติ วรรณศรี, และสัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์. (2562). การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงของผู้ช่วยเหลือในชุมชน ภายใต้นโยบายการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4939; ค้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). (2562). เขตสุขภาพ ความเป็นมาและความคาดหวัง.(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก :https://www.hsri.or.th/researcher/media/issue/detail/4649 ค้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2562). เขตสุขภาพ ความเป็นมาและความคาดหวัง. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก: https://www.hsri.or.th/researcher/media/issue/detail/4649 ค้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562.
สมบัติ เหสกุล. แนวทางการพัฒนาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของกรมอนามัย. เอกสารประกอบการประชุมแนวทางการพัฒนาการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของกรมอนามัย มีนาคม2547. กองสุขาภิบาลชุมชน และประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ. นนทบุรี; 2547.
สำนักงานเขตสุขภาพที 7. เอกสารประกอบการตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติ เขตสุขภาพที่ 7. (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก: http://www.healtharea.net/?page_id=12131. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2560.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583. กรุงเทพฯ; 2556.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย 77 จังหวัด ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 256. (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.dop.go.th/download/knowledge/th1550973505-153_0.pdf: ค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2523, 2533, 2543, และ 2553. ข้อมูลขนาดครัวเรือนเฉลี่ย พ.ศ. 2559 คำนวณจากทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.). กองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care : LTC). เข้าถึงได้จาก: https://www.nhso.go.th/frontend/page-contentdetail.aspx?CatID=MTE1Mg==. ค้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561.
อุดม อัศวุตมางกุร. นโยบายการดําเนินงานผู้สูงอายุของประเทศไทย. http://dental2.anamai.moph.go.th/download/article/นโยบายการดำเนินงานผู้สูงอายุของประเทศไทย13_14_12_59.pdf
Cabral L, Duarte J, Ferreira M, Dos Santos C. (2014). Anxiety, stress and depression in family caregivers of the mentally ill. Aten Primaria.;46(Espec Cong 1):176-179.
Promnoi C, Thaniwattananon P, Nupet P. (2005). Factor’s predicting caregivers’ participation in caring for hospitalized elderly: a case study at Songklanagarind Hospital. Songkla Med J.; 23(6): 405-412. (In Thai))
Srivanichakorn S, Wasuthapitak P. (2012). Integrated Care for the Elderly in the Community. Nakorn Phatom: Institute of Community Based Health Care Research and Development; 2012. (In Thai)
Tokuda Y. & Hinohara S. (2008). “Geriatric Nation and Redefining the Elderly in Japan”. International Journal of Gerontology. 2(4).
United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division (2017). World Population Prospects: The 2017 Revision, DVD Edition
World Health Organization. Aging and Health. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health. ค้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น