ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ดของนักศึกษา สาขาอนามัยชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ
คำสำคัญ:
อาหารจังก์ฟู้ด, นักศึกษา, พฤติกรรมการบริโภคบทคัดย่อ
การการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey research) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ดของ นักศึกษาสาขาวิชาอนามัยชุมชน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 270 คน สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ร้อยละ (Percentage) สถิติเชิงวิเคราะห์ใช้ ไคสแควร์ (Chi-square Test)
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง ร้อยละ 74.4 มีอายุ 20 ปี ร้อยละ 27.8 ศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 2 ร้อยละ 26.3
ค่าดัชนีมวลกาย อยู่ในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 62.2 รายได้ครอบครัว เดือนละ 15,001 ขึ้นไป ร้อยละ 91.1 รายได้นิสิตมากกว่า 5,000 บาท/เดือน ร้อยละ 58.9 ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 93.0 มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคเหนือ ร้อยละ52.6 ความรู้ ทัศนคติ เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ระดับต่ำ ร้อยละ 94.8 และ 92.6 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า อายุ,รายได้ครอบครัว,ทัศนคติ,ปัจจัยเอื้อ,
ปัจจัยเอื้อ ด้านหอพัก,ปัจจัยเอื้อด้านพื้นที่อาศัย,ปัจจัยเสริม,ปัจจัยเสริมด้านสมาชิกในครอบครัว และปัจจัยเสริมด้านการรับสื่อโฆษณามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ p-value ≤ 0.05 ส่วนเพศ,ชั้นปีที่ศึกษา, ค่าดัชนีมวลกาย (BMI), รายได้นิสิต, โรคประจำตัว, ภูมิลำเนา, ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ด, ปัจจัยเอื้อด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยเสริมด้านกลุ่มเพื่อน ไม่มีความสัมพันธ์
สรุป นักศึกษามีพฤติกรรมการบริโภคอาหารจังด์ฟู้ดในระดับปานกลาง โดยมี อายุ,รายได้ครอบครัว, ทัศนคติ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเอื้อด้านหอพัก, ปัจจัยเอื้อด้านพื้นที่อาศัย, ปัจจัยเสริม,ปัจจัยเสริมด้านสมาชิกในครอบครัว และปัจจัยเสริม ด้านการรับสื่อโฆษณา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ด ดังนั้น กลุ่มเพื่อน ครอบครัว ความมีบทบาท ในการส่งเสริม ให้ความรู้ในการบริโภคอาหารจังก์ฟู้ดของนิสิต
เอกสารอ้างอิง
จิราภรณ์ เรืองยิ่ง ,สุจิตรา จรจิตร ,กานดา จันทร์แย้ม. (2559). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่นในจังหวัดสงขลา:การสังเคราะห์องค์ความรู้และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, 8(1), 246-264.
ชนัญญา พรศักดิ์วัฒน์. (2560). พฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพรูปแบบอาหารคลีน(Clean Food)กลุ่มวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
นัชชา ยันติ ,อภิญญา อุตระชัย และกริช เรืองชัย. (2563). พฤติกรรมการบริโภคอาหารและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะน้ำหนักเกินในนักศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 27-29.
ปวีณภัทร นิธิตันติวัฒน์และวรางคณา อุดมทรัพย์.(2560). พฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่นไทย ผลกระทบและแนวทางแก้ไข. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 28(1),122-128.
วิไลวรรณ คงกิจ. (2558). พฤติกรรมการบริโภคอาหารจานด่วนของเด็กวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุวรรณา เชียงขุนทด. (2557). ความรู้และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนภาษีเจริญ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
สํานักงานสถิติแห่งชาติ. (2561). การสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. กองสถิติพยากรณ์สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 7-9.
อิสรียา พรหมมาและชัยนันท์ เหมือนเพ็ชร. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามสุขบัญญัติแห่งชาติของนักเรียนโรงเรียนวัดศิริจันทราราม จังหวัดปทุมธานี. การประชุมวิชาการ การพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 ประจำปี 2557
Bhanu Poudel , Sariyamon Tiraphat และ Seo Ah Hong. (2561).ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคอาหารขยะของกลุ่มนักเรียนเขตเมือง ในอำเภอ
กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา,16(2),29-72.
Yamane Taro. (1973). Statistic: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น