การประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยจากการทำงานของสตรีในกลุ่มทอเสื่อกก ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • สุนทรี สารางคำ สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ตวงรัตน์ อาจอำนวย สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • พาทินนุช บุญโจม สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ภาวะสุขภาพ, การยศาสตร์, ทอเสื่อกก, RULA

บทคัดย่อ

การทอเสื่อกกเป็นอาชีพภูมิปัญญาที่สำคัญของภาคอีสาน ที่มีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือและท่าทางในการทำงานแบบซ้ำ ๆ ใช้ระยะเวลายาวนานในการทำงาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินภาวะสุขภาพของสตรีในกลุ่มทอเสื่อกก 2) วิเคราะห์ท่าทางการทอเสื่อกกโดยใช้วิธี RULA และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยการทำงานกับภาวะสุขภาพของสตรีในกลุ่มทอเสื่อกก จำนวน 40 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบประเมินทางการยศาสตร์ด้วยเทคนิค RULA วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์หาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Pearson Correlation และ Spearman Rank Correlation ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

                ผลการศึกษา พบว่า สตรีในกลุ่มทอเสื่อกกส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 60 ปี ร้อยละ 52.50  สถานภาพสมรส ร้อยละ 87.50 อาชีพเกษตรกร ร้อยละ 97.50 ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ร้อยละ 62.50  และทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน  ร้อยละ 65.00 และพบว่า ด้านงานและความชำนาญโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 2.73, S.D. = 0.64) ด้านการออกแบบสถานที่ทำงานโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ( = 4.32, S.D. = 0.29) ด้านท่าทางการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับน้อย (  = 2.24, S.D. = 0.77) และด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับดี (  = 4.03, S.D. = 0.58)  สตรีในกลุ่มทอเสื่อกกมีภาวะสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี ร้อยละ 97.50  การประเมินท่าทางการทำงานโดยวิธี RULA คะแนนท่าทางส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 3  ร้อยละ 55.00 โดยจะมีการเคลื่อนไหวของมือและข้อมือซ้ำๆ และมีการเกร็งกล้ามเนื้อแขนต่อเนื่อง ควรได้รับการปรับปรุงออกแบบกระบวนการทำงานให้ลดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ในขณะที่ปัจจัยส่วนบุคคลไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพ และปัจจัยการทำงานไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพ ยกเว้น ระยะเวลาทำงานเฉลี่ยต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ( r = 0.314)

                การวิจัยในครั้งนี้มีข้อเสนอแนะให้สตรีในกลุ่มทอเสื่อกกควรปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงานที่มีการเคลื่อนไหวของมือและข้อมือซ้ำๆ ลดการออกแรงกล้ามเนื้อแขนมากเกินไป และปรับท่านั่งที่มีการก้มหลังหรือโน้มลำตัวไปข้างหน้าลดลง เพื่อป้องกันอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและส่งเสริมให้ตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  

เอกสารอ้างอิง

กิตติ อินทรานนท์. (2553). การยศาสตร์ (Ergonomics). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

งานด้านการยศาสตร์ในประเทศไทย. (2557). [สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2561]. ได้จาก http://thai-ergonomic-assessment.blogspot.com

จารุวรรณ วิโรจน์, ชัยยง ขามรัตน์ และจินดาวัลย์ วิบูลย์อุทัย. (2558). รูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพทอเสื่อ บ้านหนองขาม อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 8(1). 31-38.

เดชา ทำดีและดรุณี ทายะติ. (2550). การประเมินผลกระทบทางสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพสตรีผู้ประกอบอาชีพทอผ้าตีนจก ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. พยาบาลสาร. 34(2), 62-73.

นิธินันท์ เจริญบัณฑิตย์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). วิทยานิพนธ์หลักสูตรพยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

รัฐวุฒิ สมบูรณ์ธรรม. (2560). การปรับปรุงสภาพงานโดยใช้หลักการยศาสตร์แบบมีส่วนร่วมเพื่อลดความเสี่ยงบริเวณหลังส่วนล่างในพนักงานแผนกลอกยางของโรงงานยางพาราแผ่นรมควันแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

สง่า ทับทิมหิน, ฐิติรัช งานฉมัง, ชาญวิทย์ มณีนิล และสุพรรณี ศรีอำพร. (2554). การประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในวิสาหกิจชุมชน กรณีศึกษา : กลุ่มผ้าทอมือในเขตจังหวัดอุบลราชธานี. (รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์). อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

สงวน ธานี, สมจิตต์ ลุประสงค์, ยมนา ชนะนิลและระวีวรรณ เผ่ากัณหา, (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะสุขภาพของสตรีทอผ้าในจังหวัดอุบลราชธานี. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 36(4). 177-185

สุนิสา ชายเกลี้ยง. (2561). Short course in Ergonomics and risk assessment program of WMSDs Comfort and protection at work. สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุนิสา ชายเกลี้ยงและธัญญาวัฒน์ หอมสมบัติ. (2554). การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์โดยมาตรฐาน RULA ในกลุ่มแรงงานทำไม้กวาดร่มสุข.[ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. ศรีนครินทร์เวชสาร 26(1). 35-40.

สุดา หันกลาง, ปรารถนา สถิตวิภาวี, พิมพ์พรรณ ศิลปะสุวรรณ และเฉลิมชัย ชัยกิจติภรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของครอบครัวกรณีศึกษาผู้รับงานดัดเหล็กเส้นไปทำที่บ้าน. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารสมาคมพยาบาลฯสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 29(1). 59-67.

สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน . ( 2560) , สถิติโรคที่เกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน. [ออนไลน์]. ได้จากhttps://www.sso.go.th. [สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2561].

สํานักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. (2560).รายงานสถานการณ์โรค. [ออนไลน์]. ได้จาก https://www.sso.go.th. [สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2561].

อรณิชา ยมเกิด, ปิยะวัฒน์ ตรีวิทยา และนิวิท เจริญใจ. (2558). การปรับปรุงท่าทางการนั่งทำงานของพนักงานในอุตสาหกรรมตีมีดด้วยหลักการยศาสตร์. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. วารสารวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 22(3). 10-20.

อรทัย คำอินทร์. (2559). การสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอเสื่อกก. [ออนไลน์]. ได้จาก http://areenayalama.blogspot.com/2016/03/blog-post_37.html [สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2563].

อรพิณ โกมุติบาล, กัลยาภรณ์ จันตรี, พจน์ ภาคภูมิ และพงษ์สิทธิ์ บุญรักษา. (2562). ความชุกของการบาดเจ็บระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อของกลุ่มทอเสื่อกก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. (รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

อัษฎางค์ รอไธสง, ทรงวุฒิ เอกวุฒิวงศา และอุดมศักดิ์ สาริบุตร. (2559). การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ลวดลายเฉพาะถิ่นงานทอเสื่อกก กลุ่มพนมรุ้งเสื่อกกและหัตถกรรม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิชาการศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์. 7(2), 159 - 169.ค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2561, จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ajnu/article/view/73266

Alli, B. O.(2008). Fundamental principles of occupational health and safety. 2nd ed. Geneva: International Labour Office.

Dianat, I., Kord, M., Yahyazade, P., Karimi, M. A., & Stedmon, A. W. (2015). Association of individual and work-related risk factors with musculoskeletal symptoms among Iranian sewing machine operators. Applied Ergonomics, 51,180 -188. Retrieved October 25,2020, form https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0003687015000782?via%3Dihub

Neeraja, T., Ch. Hema Malini & Ch. Bhavya Padmini. (2016). Neck and shoulder related musculoskeletal disorders among handloom weavers. International Journal of Information Research and Review, 3, 2967 - 2960. Retrieved March 24,2018, form https://www.ijirr.com/sites/default/files/issues-pdf/1367.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-12-26

รูปแบบการอ้างอิง

สารางคำ ส., อาจอำนวย ต. ., & บุญโจม พ. . (2021). การประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยจากการทำงานของสตรีในกลุ่มทอเสื่อกก ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(2), 45–56. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/246257

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ