พฤติกรรมและแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครของผู้สูงอายุ ในอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
กิจกรรมอาสาสมัคร, ผู้สูงอายุ, พฤฒิพลังบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพฤติกรรมและแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครของผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 393 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนจากผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในพื้นที่และอยู่ในทะเบียนของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร ปี 2562 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 59.0 อายุ 60-69 ปี ร้อยละ 63.4 สถานภาพสมรส ร้อยละ 68.2 และมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกร ร้อยละ 64.9 กลุ่มตัวอย่างเคยเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครในหนึ่งปีที่ผ่านมา ร้อยละ 86.8 ค่ามัธยฐานของระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครอยู่ที่ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ค่าต่ำสุด = 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และค่าสูงสุด = 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) แรงจูงใจภายใน เป็นแรงจูงใจระดับสูงที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร ได้แก่ การเห็นคุณค่าภายในตนเองและการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ในขณะที่แรงจูงใจภายนอก ได้แก่ การรับรู้ประโยชน์ที่ตนได้รับและการมีเครือข่ายทางสังคม เป็นแรงจูงใจระดับปานกลาง
การสร้างแรงจูงใจภายในและภายนอกอาจใช้เป็นกลยุทธ์ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครมากขึ้นได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ นิ่มทัศนศิริ, ญาณิศา เผื่อนเพาะ, ธนยศ ดอกดวง และ พิทักษ์ ศิริวงศ์. (2557). การให้ความหมาย ที่มาของความหมายและแนวทางในการเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ จังหวัดนครปฐม. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal. 7(1): 181-190.
กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครสกลนคร. (2561). รายงานผลการดำเนินงานศูนย์ผู้สูงอายุ จังหวัดสกลนคร ปี 2561. สกลนคร.
กฤตยา ทัพวงษ์. (2552). พฤติกรรมอาสาของนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประชากรศาสตร์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2553). แผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545 - 2564). Retrieved December. 30 2020, from http://www.dop.go.th/download/laws/law_th_20152309144546_1.pdf
ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์. (2556). การกำหนดขนาดตัวอย่างสำหรับการวิจัยเชิงพรรณนาในงานสาธารณสุข. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ. 16(2): 9-18.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2562). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2562. Retrieved December. 30 2020, from https://thaitgri.org/?p=39387
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร. (2561). จำนวนผู้สูงอายุอำเภอเมืองสกลนคร. Retrieved January. 14 2018, from
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). ดัชนีพฤฒพลังผู้สูงอายุไทย. กรุงทพฯ : เท็กซ์แอนด์เจอร์นัลพับลิเคชั่น.
Bonsdorff & Rantanen (2011). Benefits of formal voluntary work among older people. A review. Aging Clinical and Experimental Research. 23(3): 162-169.
Greenfield &Marks (2004). Formal Volunteering as a Protective Factor for Older Adults’ Psychological Well-Being. Journal of Gerontology: SOCIAL SCIENCES.59B(5): S258–S264.
Kalache & Gatti. (2003). Active ageing: a policy framework. Advances in Gerontology. 11:7-18.
Morrow-Howell, Hinterlong, Rozario & Tang. (2003). Effects of Volunteering on the Well-Being of Older Adults. Journal of Gerontology: SOCIAL SCIENCES. 58B(3): S137–S145.
Musick, Herzog & House. (1999). Volunteering and Mortality Among Older Adults: Findings from a National Sample. Journal of Gerontology: SOCIAL SCIENCES. 54B(3): S173-S18O.
Pavelek. (2013). Understanding the motivation for senior volunteering; Can volunteering of the elderly enhance their individual and social life? A qualitative research on senior volunteering. Journal of Education, Psychology and Social Sciences. 1(1): 54-59.
Rouse & Clawson. (1992). Motives and Incentives of Older Adult Volunteers. Journal of Extension. 30(3): 9-12.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น