ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชาชน ในพื้นที่ตำบลแม่กา จังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
ปัจจัย, พฤติกรรมการสูบบุหรี่, ประชาชนบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นรูปแบบการศึกษาเชิงพรรณนาภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่กา จังหวัดพะเยา เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 20-60 ปี จำนวน 370 คน สุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสถิติไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างเพศชาย ร้อยละ 75.9 อายุน้อยกว่า 30 ปี ร้อยละ 48.7 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 54.3 ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขายและอาชีพอิสระ ร้อยละ 52.2 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 35.2 ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 85.7 สูบบุหรี่ ร้อยละ 51.1 มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการสูบบุหรี่ระดับสูง ร้อยละ 51.1 มีทัศนคติเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ระดับปานกลาง ร้อยละ 69.2 ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ระดับปานกลาง ร้อยละ 51.4 มีแนวทางการป้องกันการสูบบุหรี่ระดับสูง ร้อยละ 76.8 และมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ระดับต่ำ ร้อยละ 50.0 จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ส่วนตัว ประวัติการสูบบุหรี่ ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ ทัศนคติ และผลกระทบจากการสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนอายุ โรคประจำตัว และแนวทางการป้องกันไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่
ทั้งนี้บุคคล ชุมชน ครอบครัว ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุข ควรมีการจัดกิจกรรมสร้างแรงสนับสนุนทางสังคมเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงข้อดีของการเลิกสูบบุหรี่ และข้อเสียของการสูบบุหรี่อยู่เสมอ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อสร้างแนวทางในการป้องกันและผลกระทบจากการสูบบุหรี่ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
ณัฐพงศ์ ครองรัตน์, ณัฐพร ปวงคำ, ณัฐริกา ตาลป่า, รัชพล แสนศรี, เอวิกา สีปาน, จิรานุวัฒน์ แก้วโนกาศ, ธีรศักดิ์ ถวิลรักษ์, ณรงค์ ใจเที่ยง,
และรสรินทร์ แก้วตา. (2563). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือประเทศไทย,” วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. 6, 1: 55-71.
ธิติ บุดดาน้อย, สุทิน ชนะบุญ, และเบญญาภา กาลเขว้า. (2562). “พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กรณีศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น,” วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน. 2, 1: 139-152.
ธวัชชัย ยืนยาว, นริศรา เสามั่น, และนภสร ดวงสมสา. (2563). ภาวะสุขภาพ ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่และพฤติกรรม การสูบบุหรี่ของผู้รับบริการสุขภาพแผนกผู้ป่วยนอก. 6, 1: 55-71.
นิยม จันทร์นวล, และพลากร สืบสำราญ. (2559). “สถานการณ์การสูบบุหรี่ของบุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี:ภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปลอดบุหรี่,” วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 18, 2: 1-10.
ปฏิภาณ วิปัดทุม, ปริญญาพร สังข์ทุ่ง, ปิยธิดา นักธรรม, รัฐพล แสงสีดา, วัชรี คงทอง, ศดานันท์ ภูสะเทียน และศุภณัฐ จิตรานุวัฒน์กุล. (2561). “การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยทำงานในจังหวัดพะเยา,” วารสารสาธารณสุขน่าน. 1, 2: 63-74.
ปรัชพร กลีบประทุม, ศรัณญา เบญจกุล, มณฑา เก่งการพานิช, และธราดล เก่งการพานิช. (2559). “ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่สำหรับผู้สูบบุหรี่ ในตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง,” Veridian E-Journal Science and Technology Silpakorn University. 3, 4: 30-43.
พระมงคลธรรมวิธาน, ประสิทธิ์ สระทอง, และจักรี บางประเสริฐ. (2561). “ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของวัยรุ่นในเขตการปกครองฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร,” Veridian E-Journal Silpakorn University. 11, 2: 2282-2309.
รณชัย คงศกนธ์. (2563). ศจย. เผยพฤติกรรมการซื้อและสูบบุหรี่ของคนไทยในวิกฤตโควิด-19พบคนไทยสูบบุหรี่ ลดลง 27.1%. ศูนย์วิจัยและการจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ.
ลักขณา เติมศิริกุลชัย, มณฑา เก่งการพานิช, ประภาเพ็ญ สุวรรณ, และสาโรจน์ นาคจู. (2550). ลงหลักปักฐานสกัดกั้น ยาสูบ. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.).
ลักษณาพร กรุงไกรเพชร, และกิตติ กรุงไกรเพชร. (2560). “ปัจจัยที่มีผลต่อการสูบบุหรี่ของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา,” บูรพาเวชสาร. 4, 1: 21-30.
ลักษมล ลักษณะวิมล, เรวดี เพชรศิราสัณห์, สายฝน เอกวรางกูร, และนัยนา หนูนิล. (2563). “ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช,” วารสารพยาบาล สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. 69, 1: 1-9.
วศิน พิพัฒฉัตร.(2562). ““กฎ” ใหม่เขตปลอดบุหรี่ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560,” วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข. 5, 1: 103-112.
วิลาวัณย์ ประทีปแก้ว, พรเทพ ล้อมพรม, และวัลภา พรหมชัย. (2552). พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชนในจังหวัดนนทบุรี(รายงานผลวิจัย). กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.).
สมบัติ ทานะสุข, จริยาวัตร คมพยัคฆ์, และชฎาภา ประเสริฐทรง. (2563). “ควันบุหรี่มือสองกับพฤติกรรมการป้องกันควันบุหรี่มือสองของผู้หญิงที่มีสามีสูบบุหรี่,” วารสารเกษมบัณฑิต. 21, 2: 30-39.
เสถียร พูลผล, นฤมล โพธิ์ศรีทอง, อรวรรณ จิตรวาณิช, และรักษ์จินดา วัฒนาลัย. (2562).” การศึกษาพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักศึกษาระดับปริญญาตร มหาวิทยาลัยสยาม.กรุงเทพมหานคร,” Veridian E-Journal Silpakorn University. 12. 1: 1107-1125
สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ และศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2559). สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย พ.ศ.2559. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา. (2563). สถานการณ์การควบคุมการบริโภคยาสูบของประเทศไทย. พะเยา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา.
อรวรรณ วรอรุณ, ปิยะธิดา ขจรชัยกุล, ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ, พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์, และศุภชัย ปิติกุลตัง. (2560). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมตนเองในพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี,”วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 12, 2: 75-85.
อุกฤษฏ์ อำไพพันธุ์, สุรีย์ จันทรโมลี, และประภาเพ็ญ สุวรรณ. (2563). “การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้สูงอายุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดนครปฐม,” วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. 5, 3: 1-19.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient Alpha and the Internal Structure of Test Psychometrika. 16: 297-334.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 30, 3 607-610.
World Health Organization. Health effect of smoking among young people. Geneva: World Health Organization. 2008.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น